ประเด็นร้อนในพื้นที่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณีการตัดต้นตาลริมถนนสาย ตำบลตูม-อำเภอปรางค์กู่ (ทางหลวงชนบทหมายเลข ทช.3013) เพื่อดำเนินโครงการขยายถนนของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งส่งผลกระทบต่อ “ต้นตาล” อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชุมชน และชาวศรีสะเกษ จนเกิดเสียงคัดค้านจากประชาชนบางส่วน

โดย ต้นตาลที่เรียงรายอยู่สองข้างทางสายดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงพืชพันธุ์ธรรมดา หากแต่มีความหมายลึกซึ้งต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยมีจุดเริ่มต้นจาก “ดาบวิชัย” ร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ ฉายา “คนบ้าปลูกต้นไม้” ที่ได้ริเริ่มปลูกต้นตาลไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ในช่วงที่พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความชุ่มชื้น และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนในระยะยาว กาลเวลาผ่านไป ต้นตาลเหล่านี้เติบโตกลายเป็นภาพจำของถนนสายสำคัญ เชื่อมระหว่าง อ.ปรางค์กู่ และ อ.อุทุมพรพิสัย จนชาวบ้านร่วมกันเรียกขานว่า “ถนนต้นตาล” ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความผูกพันของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้นไม้จำนวนมากอยู่ชิดไหล่ทาง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงและขยายถนนสายดังกล่าว โดยมีแผนเพิ่มผิวจราจรข้างละ 2 เมตร ครอบคลุมระยะทางรวม 1.2 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 21+300 ถึง 22+500 และกำหนดระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 3 เดือน ภายใต้แผนพัฒนารูปแบบการขยายถนนประจำปี 2569

ล่าสุด “นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ออกมาแสดงจุดยืน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ชะลอการตัดต้นตาลทันที” และทบทวนแนวทางดำเนินโครงการใหม่ โดยเสนอให้ใช้วิธี “ย้ายต้นตาล” ออกจากแนวก่อสร้างแทนการโค่นทิ้ง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่ในระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งมีการตัดต้นตาลไปแล้วประมาณ 50 ต้น ส่งผลให้เกิดกระแสคัดค้านจากประชาชนบางส่วน ที่มองว่าการตัดต้นไม้ดังกล่าว เป็นการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชุมชน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับโครงการ โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจร

นายไพวรรณ์ เขียวอ่อน วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สำหรับต้นตาลที่ถูกตัดไปแล้วจำนวน 50 ต้น จะมีการนำมาทดลองชำเพื่อฟื้นฟูให้สามารถเจริญเติบโตได้อีกครั้ง ส่วนต้นที่ยังไม่ได้ดำเนินการ จะพิจารณาใช้วิธีล้อมย้ายออกจากแนวก่อสร้าง เพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดเวทีประชาคมในพื้นที่ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางแก้ไข โดยยอมรับว่าปัจจุบันความคิดเห็นของประชาชนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน คือ กลุ่มที่สนับสนุนการขยายถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และกลุ่มที่ต้องการอนุรักษ์ต้นตาลไว้ในฐานะมรดกของชุมชน

ขณะนี้ได้หยุดดำเนินการตัดต้นตาลเป็นการชั่วคราวแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานกับผู้รับเหมา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าว มีความจำเป็นในเชิงวิศวกรรมและความปลอดภัย เนื่องจากต้นไม้ที่ปลูกอยู่ชิดไหล่ทางอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องจอดรถฉุกเฉิน ในท้ายที่สุด ทางออกของปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือก “พัฒนา” หรือ “อนุรักษ์” เพียงด้านใดด้านหนึ่ง หากแต่อยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างทั้งสองให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ถนนสายนี้ยังคงเป็นทั้ง “เส้นทางแห่งความปลอดภัย” และ “เส้นทางแห่งความทรงจำ” ของชาวศรีสะเกษ ต่อไปในอนาคต.



