นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สืบเนื่องจาก กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้เข้มงวดตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศจำนวน 92 แห่ง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนพลังงาน จังหวัดเพชรบุรีจึงได้บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันเป้าหมาย 2 แห่ง ในอำเภอบ้านแหลม ประกอบด้วย บริษัท เอเซียลิงค์ จำกัดและ บริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด ผลการตรวจสอบปรากฏว่า บริษัท เอเซียลิงค์ จำกัด เป็นคลังจัดเก็บน้ำมันดิบ (Crude Oil) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม ไม่ได้มีการจัดเก็บน้ำมันสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งาน โดยมีถังจัดเก็บรวม 20 ถัง เป็นถังน้ำมันดิบ (Crude Oil) จำนวน 6 ถัง ถังจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) จำนวน 5 ถัง, ถังเปล่า 8 ถัง และถังจัดเก็บน้ำ 1 ถัง ส่วนบริษัท สยามกัลฟ์ปิโตรเคมีคัล จำกัด ได้หยุดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ภายในพื้นที่มีถังเก็บน้ำมันรวม 17 ถัง ปัจจุบันมีเพียงน้ำมันค้างถังเดิม ได้แก่ น้ำมันเตา 2 ถัง, น้ำมันแก๊สโซลีน 2 ถัง, น้ำมันรีฟอร์เมท 1 ถัง, น้ำมันแนฟทา 1 ถัง และที่เหลืออีก 11 ถัง เป็นถังเปล่า เนื่องจากหยุดการผลิต ห้ามจำหน่ายในประเทศ แต่สามารถจำหน่ายต่างประเทศได้โดยการควบคุมของกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต

ซึ่งจากการตรวจสอบ คลังน้ำมันทั้ง 2 แห่ง ไม่พบการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเพื่อการค้าหรือเก็งกำไรในพื้นที่แต่อย่างใด สถานประกอบการปฏิบัติตามระเบียบข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบุรีได้ทำการบันทึกข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วน และจะเร่งจัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรมธุรกิจพลังงาน ภายในวันที่ 30 มีนาคม 2569 ตามกำหนดเวลาต่อไป



