ที่ท่าเรือบ้านเดียม หนองหานกุมภวาปี (ทะเลบัวแดง) ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานจัดกิจกรรมยกระดับและพัฒนาเรือไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวทะเลบัวแดง โดยมีนางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี นางณัฏฐ์ชุดา นันทนิ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.อุดรธานี นายทินกร ทองเผ้า นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอุดรธานี นายไพรสิทธิ สุขรมย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง นายวุฒิพงษ์ ใจยศ นายอำเภอกุมภวาปี นายตติยะ หลิมวิจิตร กรรมการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ดร.ธงชัย จินาพันธ์กรรมการสมาคมสมาคมไฟฟ้าไทย ผู้แทน สวทช. ดร.ชาญชัย แสนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ และเข้าร่วม
ดร.ธงชัย และนายตติยะ ได้ร่วมกันอธิบายถึงระบบ “เรือไฟฟ้า” ที่นำมาทดสอบที่ทะเลบัวแดง จำนวน 2 ลำ โดยเรือลำแรกนำระบบมาต่อเชื่อมกับ หางเรือหางยาวเดิมที่ใช้งานอยู่ และการนำระบบใบพัดมาติดตั้งกับเรือที่มีอยู่แล้ว ทั้ง 2 ลำสามารถใช้งานได้ โดยระบบแยกออกเป็น มอเตอร์บวกเครื่องทดแรง แบตเตอรี่สามารรถต่อเข้าใช้งานกับอุปกรณ์หางและใบพัดของเรือเดิม ค่าใช้จ่าย 45,000 บาทต่อลำ สามารถนำแบตเตอรี่ไปชาร์ตระบบไฟฟ้าบ้าน ค่าไฟฟ้าราว 30 บาท วิ่งได้ 4 เที่ยว อายุใช้งาน 3 ปี และหากติดโซล่าเซลบนหลังคาเรือ จะลงทุนเพิ่มอีก 5,000 บาท

ทั้งนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและภาคีเครือข่ายเกี่ยวข้อง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการติดตั้ง บำรุงรักษา ซ่อมแซมระบบ ให้กับวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี เพื่อถ่ายทอดต่อไปยังนักศึกษา โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนอยู่แล้ว เช่นเดียวกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีแผนเข้ามาสนับสนุนแผนงาน ทั้งร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปรับลดค่าใช้จ่ายติดตั้งอุปกรณ์เรือไฟฟ้าและมีแผนการปรับปรุงระบบไฟฟ้าที่บ้านเดียมและท่าเรืออื่นโดยรอบ รองรับการชาร์ตแบตเตอรี่เพื่อเรือไฟฟ้า ในวันที่ความเข้มของแสงแดดไม่เพียงพอ
ด้านนายไพรสิทธิ กล่าวว่า ชาวเรือสนใจเรือไฟฟ้ามานานแล้ว ในช่วงที่ผ่านมากว่า 3 ปี มีหลายหน่วยงานหลายองค์กรนำเรือมาทดสอบที่ทะเลบัวแดงแล้ว 4 ครั้ง เรือไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ดีมาก แต่ไม่สามารถนำมารับนักท่องเที่ยวได้ เนื่องจากมีราคาสูงกว่า 2 แสนบาทเศษ ในปีนี้ก็มีมาทดสอบ 2 หน่วยงาน ได้ผลดีมากแต่ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่

สำหรับการทดสอบในวันนี้ ด้วยการนำระบบมาติดตั้งกับเรือเดิมที่เรามีอยู่แล้ว พบว่าการใช้งานได้ดี แม้จะมีกำลังของเครื่องไม่แรงเท่าเครื่องเดิม แต่ ราคาไม่สูงชาวเรือรับได้ เพราะปกติชาวเรือจะใช้น้ำมันวันละ 200 บาท รวมทั้งฤดูท่องเที่ยวตกปีละกว่า 20,000 บาท โดยมีหลายหน่วยงานและหลายองค์กรเสนอแนวทางในการเข้ามาสนับสนุน ทั้งการให้เครื่องต้นแบบให้เปล่า รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณบางส่วน ซึ่งในช่วงนี้ก็มีปัญหาเรื่องน้ำมันอยู่บ้างเนื่องจากราคาที่สูงขึ้น
จากนั้นนายราชันย์ พร้อมคณะได้ลงเรือพลังงานไฟฟ้า ลำต้นแบบที่นำมาทดสองทั้ง 2 ลำ โดยผู้ว่าราชการ ข.อุดรธานี ได้ทดลองขับเรือเอง และกล่าวว่าโครงการนี้เริ่มมาได้ 2 เดือน จากความร่วมมือของหลายฝ่าย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวทะเลบัวแดงรับกับกระแสอนุรักษ์ของทั่วโลก ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์น้ำมัน นับเป็นโอกาสดีที่การทดสอบวันนี้ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยประหยัดพลังงานจากน้ำมัน ตามนโยบายรัฐบาล เมื่อได้ลงเรือไปทดสอบถือว่าดีมาก ไม่ได้กลิ่นน้ำมันจากเครื่องเรือเดิม ไม่มีเสียงดังจากเครื่องเรือไปรบกวนการสนทนาบนเรือ สนทนาผ่านเครื่องสื่อสาร และยังไม่ไปรบกวดสัตว์และนกในธรรมชาติอีกด้วย
โดยมีหลายหน่วยงาน หลายองค์กร จะเข้ามาช่วยให้เกิดการขับเคลื่อน จึงได้มอบหมายให้นายอำเภอ และผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยที่ทำบันทึกขอรับการสนับสนุนให้ได้จำนวนเรือไฟฟ้ามาใช้งาน เป็นต้นแบบในการยกระดับ จากเรือเครื่องยนต์ใช้นำมันมาเป็นเรือใช้พลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงพลังงานจากแสงอาทิตย์ แม้ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูท่องเที่ยว แต่ก็เชื่อมั่นว่าในฤดูท่องเที่ยวปีต่อไปซึ่งเป็นช่วงงานมหกรรมพืชสวนโลก การท่องเที่ยวทะเลบัวแดงจะเป็นเรือพลังงานไฟฟ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และภาคีเครือข่ายฯ จะมอบเรือต้นแบบ 2 ลำ เป็นเรือท่องเที่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซล) ขณะที่องค์กรการประหยัดพลังงาน จะสนับสนุนแบบให้เปล่า 8 ลำ นอกจากนี้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะปรับแผนงบประมาณการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง จากใช้พลังงานจากน้ำมันมาเป็นพลังจากที่ไฟฟ้าหรือโซล่าเซลแทน ด้วยการสนับสนุนงบประมาณบางส่วน หรือคนละครึ่ง กับชาวเรือที่สนใจและมีความพร้อม เป้าหมายอย่างน้อยอีก 10 ลำ



