จากกรณีมหากาพย์โพสต์ปริศนา “เลิกสร้างภาพ” ของ “ไอซ์” ภรรยาคนปัจจุบันของ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” ที่ทำเอาทัวร์ลงผิดคันจนต้องขอโทษขอโพยกันวุ่นวาย ล่าสุดถึงคิวตัวจี๊ดอย่างนักร้องสาว “แมงปอ ชลธิชา” ที่ขอออกโรงเป็นกระบอกเสียงปกป้องเพื่อนรักอย่าง “เจเจ-ยุวฉัตร” อดีตภรรยาคนที่ 2 ของหนุ่มเหน่ง หลังเห็นเพื่อนถูกพาดพิงจนสภาพจิตใจย่ำแย่

โดยล่าสุด สาวแมงปอได้เปิดใจในงาน SUPERSTAR IDOL AWARDS 2026 ยอมรับว่าที่โพสต์ไปเพราะอยากให้เรื่องจบ และชัดเจนว่าโพสต์ของฝั่งนั้นหมายถึงใคร ตนรู้จักกับเจเจมาเกือบ 20 ปี เห็นเพื่อนโดนแล้วสงสารจับใจ ยืนยันเพื่อนไม่ได้มาหาแสงหรืออยากได้เงิน แต่พาลูกสาวมาส่งพ่อเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ โดย แมงปอ เผยว่า

“ที่ออกมาโพสต์คือจริงๆ อยากให้เรื่องมันจบ ด้วยความที่เรารักเพื่อน หลายๆ คนก็จะมีเพื่อนรักหรือคนที่เราอยากจะปกป้อง เพราะมันชัดเจนว่าหมายถึงใคร ก็เลยอยากออกพูดนิดหนึ่งในมุมของเพื่อนเรา รู้จักกับพี่เจเจนานมากแล้วเกือบ 20 ปีแล้ว ก็สงสารเพื่อนนะคะ ก็อย่างที่ปอเขียนไปว่าเพื่อนก็ไม่ได้มาเพื่ออยากหาแสงหรือต้องการเงิน แต่ที่เขามาเพราะเขาอยากจะต้องการพาลูกมาส่งพ่อเขาครั้งสุดท้ายจริงๆ คือถ้าพูดจริงๆ ก็คือระหว่างงานมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างอยู่แล้ว แต่เราถือว่าพอจบงานปุ๊บ ก็คือจบ ต่างคนต่างแยกย้ายทำมาหากิน แล้วพอมันมีโพสต์แบบนั้นขึ้นมาก็เลยรอดูว่าตกลงพูดถึงใคร ทีนี้มันก็มีคนส่งมาว่ามีการแก้ไขโพสต์ ว่ามีการพูดหมายถึงเพื่อนเรา ก็เลยออกมานิดหนึ่งให้มันพูดทีเดียวจบ”


“คือรู้สึกว่าเขากำลังปกป้องอะไร เขาอยากจะปกป้องตัวเองกับครอบครัวหรือเขาอยากจะปกป้องอะไร เพราะว่าในขณะที่เราอยู่ในเหตุการณ์ที่เรารับรู้เรื่องราวของเพื่อนเรามา มันไม่ได้มีอะไรที่เขาจะต้องกลัวอะไรเลย รู้อยู่แล้วไหม มันก็พูดยาก เอาเป็นว่าถ้าเขาเอ่ยชื่อขึ้นมา เราก็อธิบายในมุมของเพื่อนเราแค่นั้นเอง คือตัวเขาเองไม่ได้คิดเครียดอะไรมาก แต่กลัวกระทบถึงลูก คือตัวน้องเพนนีเอง พูดกันตามตรงอ่ะ เขาจะไม่มี Facebook เป็นของตัวเอง ถ้าเขาจะมาเห็นเขาก็จะต้องรู้ข่าวสารจากเพื่อนๆ ก็กลัวว่าเดี๋ยวเพื่อนจะมาพูดจะทำให้น้องเครียด เพราะทุกวันนี้ จริงๆ จบงานน้องก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ก็คือยังเศร้า”

แมงปอ เผยต่อว่า “แล้วพอหลังจบงานไป คุยให้กำลังใจพี่เจเจเตลอดค่ะ แล้วก็บอกเพื่อนว่าไม่เป็นไรเพื่อนอยู่เฉยๆ เลย นิ่งๆ เดี๋ยวเราจะเป็นคนออกมาอธิบายเอง เพราะไม่อยากให้เขาออกมาพูดอะไร กลัวมันจะมีผลกระทบ ถามว่าโกรธแทนไหม ก็ไม่ถึงขั้นโกรธ คือนานาจิตตัง เขาอาจจะคิดแบบนั้น อีกมุมหนึ่งเราก็อธิบายในมุมของเราแค่นั้นเอง ตั้งแต่ในงานก็ร้องไห้ตลอด เขายังไม่เคยมาเจอดราม่าอะไรแบบนี้ ไม่เคยออกมายืนหน้าสื่อและหน้านักข่าวอะไรเยอะแบบนี้ ไม่เคยเลย เพราะฉะนั้นวันที่สื่อเรียกออกไปพูดวันนั้น พอสัมภาษณ์เสร็จกลับมาก็นั่งร้องไห้ เราก็คือมีหน้าที่ปลอบเพื่อน แต่หน้าสื่อเขาก็ไม่ได้ร้องไห้ค่ะ เพราะว่าถือว่าชีวิตเขาก็ต้องเดินต่อไป อันนี้พูดตามตรงว่าเพราะลูก ณ เวลานี้ไม่ได้อะไร แต่เขาก็ไม่ได้มาอยู่แล้ว เพราะเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอาแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเขาถือว่าเขาสามารถเลี้ยงลูกได้ เขามีอาชีพของเขา และอีกอย่างหนึ่งไม่ว่าตัวปอเอง ไม่ว่าเพื่อนในวงการ พี่ในวงการ ทุกคนคือรักเขา รักลูกเขามาก เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ซัพพอร์ตเขา”

“หลังจากที่พูดไปมันมีกระทบบ้างนิดหน่อย แต่ถือว่ามันดีขึ้นมากๆ ทำให้คนเข้าใจเพื่อนเรามากขึ้น อย่างเมื่อก่อนนี้ที่ยังไม่ได้ออกมาพูดก็อาจจะเอ้ย แล้วทำไมต้องไปนู่นนี่นั่น เราก็เลยต้องไปอธิบายว่าไปเพราะอะไร (คิดว่าเขาโพสต์ผิดชีวิตเปลี่ยนไหม?) อันนี้ก็ไม่ทราบ ก็แล้วแต่เขา ฝั่งโน้นไม่ได้ทักมาหลังจากโพสต์ ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟซกันอยู่แล้ว ทุกข่าวสารจะมีคนส่งมาให้ ก็จบดีกว่าค่ะ ถือว่าทุกคนมากันด้วยใจ ไม่ว่าจะเป็นพี่บอล พี่ยูริ ทุกคนมาด้วยใจกันหมด แล้วตัวเจเจเองอ่ะก็ไปด้วยใจเหมือนกัน เพราะวันแรกที่ปอทราบข่าว ปอบอกว่ารอก่อนไหมเดี๋ยว ไปถึงวัดพร้อมกันก็ได้ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร ออกจากบ้านแล้วตั้งแต่เที่ยง เขาก็ไปของเขาคนเดียว ไปสู้ของเขาคนเดียว จะพูดว่าสู้ก็ไม่ได้ ไปช่วยงาน”

ขอบคุณภาพจาก : แมงปอ ชลธิชา