ตามที่ พระพรหมวชิรสุธี (อภิพล อภิพโล ป.ธ.5) เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 เวลา 05.18 น. ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ สิริรวมอายุได้ 89 ปี 18 วัน นั้น
สุดอาลัย ‘พระพรหมวชิรสุธี’ เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 มรณภาพแล้ว
วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ได้แจ้งกำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศลศพ พระพรหมวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) ณ ศาลาการเปรียญ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 3 เม.ย. 2569 เวลา 10.00-16.30 น. พระเถรานุเถระ ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนถวายน้ำสรงศพ จากนั้นเวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม

ทั้งนี้สำหรับ พระพรหมวชิรสุธี ได้เคยสนองงานถวายในฐานะเป็นพระเลขานุการ ในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน วัดที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ริเริ่มสร้างตั้งแต่วัดรัชดาภิเษก วัดพุทธวิมุตติวนาราม ที่ จ.กาญจนบุรี จนถึงวัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี รวมหลายๆ วัด ล้วนมี พระพรหมวชิรสุธี ตั้งแต่ครั้งยังเป็นพระครูปริยัติสารโสภณ เป็นผู้ถวายงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมด
นอกจากนี้ ภายหลังจากที่พระพรหมวชิรสุธี ในขณะที่ดำรงสมณศักดิ์ พระราชสุมนต์มุนี ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ท่านได้เป็นผู้นำในการพัฒนาวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ให้เป็นแบบอย่างของวัดที่เน้นความเรียบง่าย ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วย

สำหรับประวัติ พระพรหมวชิรสุธี มีนามเดิมว่า อภิพล บุญส่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2480 ที่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อบวชเรียน โดยเข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2497 ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2500 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมงคลรัตนมุนี (แก้ว อตฺตคุตฺโต) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระราชกวี (สนธิ์ กิจฺจกาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังอุปสมบท ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค เมื่อพระธรรมวราภรณ์ (เจริญ สุวฑฺฒโน) ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ท่านก็ยังคงรับสนองงานเจ้าอาวาสอยู่ตลอด ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรฯ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ ฝ่ายธรรมยุต

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ. 2513 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูปริยัติสารโสภณ พ.ศ. 2525 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอรรถกิจโกศล พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะปลัดขวา ฐานานุกรมในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ พระมหานายก พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสุมนต์มุนี พ.ศ. 2543 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพญาณวิศิษฏ์ พ.ศ. 2552 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมบัณฑิต พ.ศ. 2565 ได้รับสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระพรหมวชิรสุธี



