โดยมี อ.แมน-บัญชร วิเชียรศรี จากศูนย์กิจการนานาชาติและสื่อสารองค์กร (GACC) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ พาเดินลัดเลาะพร้อมเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองหาดใหญ่ให้ฟัง
เริ่มต้นออกสตาร์ทด้วยการลิ้มรสวิถีแบบ “กินมือเดียว” ที่ร้าน “บังเลาะห์ ไก่ทอดเดชา” สาขาเมืองเก่า หนึ่งในร้านที่สะท้อนวิถี “ไก่ทอดหาดใหญ่” อย่างชัดเจน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากไก่ทอดที่อื่นอย่างการหมักไก่ให้เข้าเนื้อ ไม่ชุบแป้ง ทอดแบบ “หนังกรอบเนื้อนุ่ม” โดยใช้ไฟที่พอเหมาะเพื่อให้หนังไก่มีความเกรียมหอม แต่เนื้อข้างในยังชุ่มฉ่ำ รสชาติจะมีความเค็มนำตามด้วยหวานนิด ๆ เป็นรสที่ถูกปากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์
เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงที่เป็นหัวใจสำคัญของไก่ทอดหาดใหญ่อย่างหอมเจียว ที่กรอบนาน หอม และไม่มีกลิ่นหืน อ.แมนเล่าว่า หอมเจียวที่โรยไก่ทอดหาดใหญ่ที่เห็นอยู่นี้ มีแหล่งผลิตหลักอยู่ที่ตำบลคูเต่า ชุมชนที่มีความเชี่ยวชาญในการเจียวหอมโดยเฉพาะ ส่วนข้าวเหนียวที่ขาดไม่ได้ของร้านนี้จะถูกนึ่งจนนุ่มพอดี ไม่แข็งกระด้างเมื่อเย็นลง และมักจะพรมด้วยน้ำมันจากการทอดไก่เล็กน้อยเพื่อความหอมมัน มีน้ำจิ้มรสเด็ดที่มีความข้นและรสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ดลงตัว ช่วยตัดเลี่ยนจากความมันของไก่ทอดได้เป็นอย่างดี


ไก่ทอดหาดใหญ่เป็นอาหารที่ลืมตาตื่นก็กินได้ หมายถึงกินได้ทุกช่วงเวลา ต่างจากขนมจีนที่หาดใหญ่มักจะหากินได้เฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น ทั้งยังเป็นเมนูที่ทุกคนสามารถนั่งกินได้อย่างเท่าเทียม ก้าวข้ามขีดจำกัดทางศาสนาเพราะเป็นสูตรมุสลิม และฐานะทางสังคม
ใกล้ ๆ ร้านไก่ทอดเดชาคือ “วัดกวนอิมหิ้วซื่ออำ” หรือวัดแม่ชีผมยาว ศูนย์กลางของชาวจีนแคะ (ฮักกา) วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม แต่ยังเป็นที่ตั้งของ “สมาคมภักดา” ซึ่งเป็นสมาคมชาวจีนแคะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากที่สุดคือ แม่ชีหรือนักพรตหญิงที่สวมชุดสีน้ำเงินหรือดำ และไม่โกนศีรษะ แต่จะเกล้ามวยผมไว้แทน ท่านเหล่านี้ถือศีลกินเจเคร่งครัดและปฏิบัติธรรมตามความเชื่อแบบมหายานผสมผสานลัทธิเต๋า ซึ่งสืบทอดมาจากมณฑลกวางตุ้ง โดยเฉพาะพิธีกงเต็กโบราณที่รักษาขนมธรรเนียมจีนแคะไว้อย่างครบถ้วน ทั้งท่วงทำนองการสวดและการร่ายรำในพิธีที่สง่างามและขลัง
ใกล้กันคือ อาคารเก่า “สมาคมหอสมุดประชาชนหาดใหญ่” หรือ “หอสมุดซุนยัดเซ็น” อาคารเก่าทรงคลาสสิกที่แฝงไปด้วยความสง่างาม ตึกนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงการให้ความสำคัญกับ “ปัญญา” ของคนหาดใหญ่ในยุคก่อน เป็นผลงานการออกแบบของ อาจารย์เจริญ ลิ่มสกุล สถาปนิกคนแรกของเมืองหาดใหญ่ ที่หยิบเอาอิทธิพลศิลปะแบบโซเวียตมามิกซ์เข้ากับบริบทไทย-จีน น่าเสียดายที่ถูกทิ้งร้างละมีแววว่าจะถูกทุบทิ้งเพื่อใช้พื้นที่ในกิจกรรมอื่น ๆ ในอนาคต


เดินลัดเลาะชมอาคารสถาปัตยกรรมของหาดใหญ๋ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เหล็กดัดสุดอลังการงานสร้าง สิ่งที่บ่งบอกถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของในยุคก่อน แวะร้าน “ขนมเปี๊ยะสุ่ยเฮง” ร้านขนมเปี๊ยะเก่าแก่ที่ส่งต่อความอร่อยมาหลายรุ่นเด่นตรงแป้งบางกรอบซ้อนชั้นกับไส้เนียนนุ่ม คือตัวแทนรสชาติความละเมียดละไมของชาวจีนหาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบเสมอ นอกจากขายขนเปี๊ยะแล้วที่นี่ยังมีขนมมงคลอื่น ๆ ที่พี่น้องชาวจีนมักใช้ในการประกอบพิธีต่าง ๆ ด้วย
เลี้ยวไปเลี้ยวมาไปเจอร้านกาแฟ “Coffee Corner” ร้านเก่าแก่ขายมานานกว่า 80 ปี สัมผัสวิถีสภากาแฟแบบดั้งเดิมพร้อมชมตึกเก่าหัวมุมทรงปาดโค้ง เอกลักษณ์ของอาคารในหาดใหญ่ จิบกาแฟในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมเสน่ห์ที่หัวมุมถนนธรรมนูญวิถี นั่งสังเกตวิถีชีวิตคนหาดใหญ่ที่หมุนเวียนไปตามจังหวะเมืองการค้า
จิบกาแฟเย็น ๆ แล้วไปเย็นใจกันต่อที่ “Never Too Cold” คาเฟ่ไอศกรีมโฮมเมดเล็ก ๆ ที่แฝงตัวอยู่ในย่านเมืองเก่า ที่มีเมนูไอศครีมจากวัตถุดิบและอาหารท้องถิ่นอย่างมะม่วงเบาน้ำปลาหวาน หรือขนมโคที่กลายมาเป็นไอศครีมได้ด้วย ฝั่งตรงข้ามคือ “ร้านช่อดอกไม้” ที่มีกิจกรรมพิเศษจัดดอกไม้แบบ Free Form ที่นี่โดดเด่นด้วยการจัดดอกไม้ที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ มิกซ์โทนสีร้อน-เย็นเข้าด้วยกันอย่างลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ เปรียบเสมือนบุคลิกของเมืองหาดใหญ่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาผสมผสานกันอย่างมีเสน่ห์


เดินต่อไปที่ “วัดถาวรวราราม” วัดสาขาของวัดถาวรวราราม (วัดญวน) จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นวัดสำคัญของคณะสงฆ์อนัมนิกายในภาคใต้ แม้จะเป็นวัดญวนแต่ด้วยบริบทของหาดใหญ่ที่เป็นเมืองซึ่งชาวจีนอาศัยอยู่เยอะ วัดนี้จึงกลายเป็นที่พึ่งทางใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในย่านนี้ด้วย สถาปัตยกรรมเป็นแบบมหายานที่เน้นความโปร่งและมีลวดลายมังกรหรืองานศิลปะแบบเวียดนามสอดแทรก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ภาษาและธรรมะ
ไม่ไกลกันยังมี “วัดฉื่อฉาง” หรือวัดเทพประทาน จากการเป็น “โรงเจ” เล็กๆ สู่พุทธสถานมหายานที่ตระการตาที่สุดแห่งหนึ่ง ตัววิหารหลักโดดเด่นด้วยการผสมผสานศิลปะจีนประยุกต์ ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นที่ประณีตงดงาม สีทองอร่ามของวัดสะท้อนถึงยุคทองของการค้าขายในหาดใหญ่ที่กลุ่มพ่อค้าชาวจีนร่วมใจกันบริจาคทรัพย์สร้างขึ้น ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ตามความเชื่อมหายาน และองค์เจ้าแม่กวนอิมปางต่าง ๆ รวมถึงเทพเจ้าสำคัญที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกิมหยงและคนในย่านนี้


มาถึงหาดใหญ่แล้วอย่าลืมแวะหาของฝากที่ “ตลาดกิมหยง” ภาพจำลองของเมืองชุมทางที่แท้จริง เป็นแหล่งรวมสินค้าจากทั่วสารทิศ ความจอแจที่นี่คือเสน่ห์ที่บอกเล่าเรื่องราวการค้าขายของชาวจีนในหาดใหญ่ได้อย่างดี ใครไปหาดใญ่ช่วงสงกรานต์ห้ามพลาด “สงกรานต์หาดใหญ่ 2569” ปีนี้มาในธีม “Hatyai Midnight Songkran 2026” ระหว่างวันที่ 10-13 เมษายน 2569 บริเวณย่านธุรกิจใจกลางเมือง (ถนนเสน่หานุสรณ์-นิพัทธ์อุทิศ) สาดน้ำสนุกตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ไฮไลท์มีคอนเสิร์ตศิลปินดัง เวทีดนตรี EDM ปาร์ตี้โฟม และขบวนคาร์นิวัลเต็มรูปแบบ พร้อมขยายความสนุกโซนเขต 8 และหน้าเซ็นทรัลหาดใหญ่



