เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการรพ.มหาราช นครราชสีมา เจ้าของเพจ “หมอเจด” ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจด ให้ความรู้เรื่องสุขภาพว่า

อย่าพึ่งคิดว่าพอหมดประจำเดือนแล้วจะไม่มีปัญหาตามมานะครับ เพราะมันไม่ได้จบแค่เรื่องประจำเดือน แต่อาจเกิดความเสี่ยงโรคบางอย่าง ‘พุ่งเงียบ ๆ’ แบบไม่รู้ตัวครับ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เคยช่วยปกป้องหัวใจ กระดูก และระบบเผาผลาญลดลง ทำให้หลายค่าที่เคยปกติเริ่มเปลี่ยนไปโดยไม่มีอาการ ถ้าไม่ตรวจ จะไม่รู้เลยว่าร่างกายกำลังเสื่อมตรงไหน นี่คือ 5 โรคสำคัญที่ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนควรตรวจทุกปี พร้อม “ค่าที่ควรรู้” ครับ

1 ไขมันในเลือดสูง – จุดเริ่มหลอดเลือดตีบ

พอหลังหมดประจำเดือน LDL จะสูงขึ้นได้ง่าย และ HDL มักลดลง ทำให้ไขมันเริ่มเกาะผนังหลอดเลือดแบบเงียบ ๆ ไม่รู้ตัวครับ

ค่าที่ควรรู้

• LDL (ไขมันเลว) ต่ำกว่า 100 mg/dL = ดี / 100–129 = เริ่มเสี่ยง / 130 ขึ้นไป = สูงควรปรับ

• HDL (ไขมันดี) 50 mg/dL ขึ้นไป = ดี / ต่ำกว่า 50 = เสี่ยง

• Triglyceride ต่ำกว่า 150 mg/dL = ปกติ / 150 ขึ้นไป = เริ่มสูง

ถ้าค่าเริ่มขยับ = ต้องลดของทอด ไขมันทรานส์ เพิ่มปลา ไฟเบอร์ และขยับร่างกาย

.

2 เบาหวาน / น้ำตาลสะสมสูง (HbA1c)

เพราะว่าฮอร์โมนที่ลดลงจะทำให้ดื้ออินซูลินง่ายขึ้น น้ำตาลจะขึ้นง่ายแม้กินเท่าเดิมครับ

ค่าที่ควรรู้

• HbA1c ต่ำกว่า 5.7% = ปกติ

• 5.7–6.4% = ระยะเสี่ยง (Pre-diabetes)

• สูงตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป = เบาหวาน

ถ้าเริ่มเกิน 5.7% = ต้องคุมแป้ง-น้ำตาล เพิ่มโปรตีน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

.

3  กระดูกพรุน – เสี่ยงหักโดยไม่รู้ตัว

พอฮอร์โมนเอสโตรเจนลด = กระดูกสลายเร็วขึ้น หลายคนไม่รู้ตัวจนกระดูกยุบ กระดูกพรุน บาง จนเสี่ยงหักได้ง่าย ๆ

ค่าที่ควรรู้ (Bone Density: T-score)

• มากกว่า -1 = ปกติ

• ระหว่าง -1 ถึง -2.5 = กระดูกบาง (เริ่มเสี่ยง)

• ต่ำกว่า -2.5 = กระดูกพรุน

ถ้าเริ่มต่ำ = ต้องเสริมแคลเซียม วิตามิน D และออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก

.

4  ความดันโลหิตสูง – ตัวเร่งหัวใจและไตพัง

หลังหมดประจำเดือน ความดันมีแนวโน้มสูงขึ้นจากหลอดเลือดที่แข็งตัว

ค่าที่ควรรู้

• ต่ำกว่า 120/80 mmHg = ปกติ

• 120–129 / ต่ำกว่า 80 = เริ่มสูง

• 130/80 ขึ้นไป = ความดันสูง

ถ้าค่าเกิน 120 ขึ้นไป = ต้องลดเค็ม ลดเครียด และเพิ่มการเคลื่อนไหว

.

5 มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก

วัยนี้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากเลยครับ แต่จะไม่เจอเลยถ้าเราไม่ตรวจ

แนวทางคัดกรอง

• เต้านม → แมมโมแกรม (ทุก 1–2 ปี)

• ปากมดลูก → Pap smear / HPV test ตามแพทย์แนะนำ

สิ่งสำคัญคือ “ตรวจสม่ำเสมอ” ไม่ใช่รอให้มีก้อนหรืออาการก่อน

.

ดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ แม้ไม่เจอโรค

• เลือกกินอาหารให้สมดุล ลดหวาน มัน เค็ม เน้นโปรตีนดี ผักหลากสี และไขมันดี เพื่อช่วยคุมทั้งน้ำตาล ไขมัน และฮอร์โมน

• ขยับร่างกายทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว เวทเทรนนิ่ง หรือโยคะ เพื่อชะลอกล้ามเนื้อเสื่อมและกระดูกบาง

• รับแสงแดดอ่อนช่วงเช้า (ช่วง06:30 – 08:30) ประมาณ 10–15 นาที ช่วยกระตุ้นวิตามิน D เสริมความแข็งแรงของกระดูก หรือใครสะดวกเสริมแบบวิตามิน D ก็ได้นะครับ

• นอนให้พอ 7–8 ชั่วโมง เพราะการนอนมีผลต่อฮอร์โมน น้ำตาล และการฟื้นฟูร่างกายโดยรวม

• จัดการความเครียด เช่น ฝึกหายใจลึก ๆ นั่งสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เพื่อลดฮอร์โมนที่กระทบไขมันและความดัน

• ตรวจสุขภาพประจำปีต่อเนื่อง แม้ค่าปกติ เพื่อ “จับสัญญาณก่อนป่วย” และปรับพฤติกรรมได้ทันเวลา

หลังหมดประจำเดือนคือช่วงที่ร่างกายเปลี่ยนแบบเงียบ ๆ ค่าหลายอย่างจะค่อย ๆ ขยับโดยไม่มีสัญญาณเตือน การตรวจสุขภาพทุกปีจึงไม่ใช่แค่เช็กว่า “เป็นโรคหรือยัง” แต่คือการจับสัญญาณตั้งแต่ยังไม่เป็นโรค ถ้าค่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี = รักษาไว้ให้ได้ แต่ถ้าเริ่มเกิน = ต้องรีบปรับพฤติกรรมทันที เพราะช่วงนี้ยัง “ย้อนกลับได้” ง่ายกว่าปล่อยให้ลุกลามครับ