ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ ที่จัดขึ้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่การจัดงานยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถสร้างยอดจองรถยนต์  132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน  ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน สะท้อนถึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของตลาดที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์​ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า “แม้นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้น งาน “Bangkok International Motor Show” ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา”   

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง”

“ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม”

สำหรับภาพรวมของงานในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย เตรียมพบกับงาน “Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 48 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคม- 4 เมษายน พ.ศ.2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ และเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา

นายจาตุรนต์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะผู้จัดงาน เราเป็นผู้ดูแลอำนวยความสะดวกภายในงานเพื่อให้งานราบรื่น สะดวกทั้งผู้ประกอบการ และประชาชนผู้เข้าชมงาน รวมถึงการคัดสรรผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจที่มั่นคง ซึ่งลงไปดูในรายละเอียด ถึงทุนจดทะเบียน ประวัติความเป็นมาของบริษัท หรือกลุ่มธุรกิจนั้นๆ ด้วย เป็นความละเอียดและส่งผลดีต่อทุกๆฝ่าย นอกเหนือจากนั้น ในของการขาย เงื่อนไข การเจรจา ยอดจอง หรือยอดขาย เป็นเรื่องของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยตรง.

ยอดจอง 10 อันดับแรก

BYD   จำนวน 17,354 คัน

TOYOTA จำนวน15,750 คัน

OMODA & JAECOO จำนวน 15,088 คัน

MG  จำนวน 10,537 คัน

DEEPAL+NEVO  (CHANGAN ) จำนวน 8,573 คัน

GEELY จำนวน 7,811 คัน

CHERY  จำนวน 7,509 คัน

GREAT WALL MOTOR  จำนวน 6,819 คัน

GAC  จำนวน 6,287 คัน

HONDA  จำนวน 5,907 คัน