สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ว่า ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง ได้ทำให้ความเสี่ยงด้านการเติบโต และอัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณ 70% ของการนำเข้าทั้งหมด
BREAKING: South Korea to send ships to Saudi Red Sea port to avoid Hormuz
— Al Jazeera Breaking News (@AJENews) April 6, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/daNi7kUeV7 pic.twitter.com/PU52lO7f6M
การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพโดยอิหร่าน ได้ทำให้รัฐบาลโซลต้องเตรียมมาตรการฉุกเฉิน ซึ่งรวมถึงการกำหนดเพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2540
หลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงพลังงาน นายอัน โด-กอล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปไตยเกาหลี (ดีพีเค) กล่าวว่า รัฐบาลโซลจำเป็นต้องส่งเรือติดธงเกาหลีใต้ไปยังเส้นทางทางเลือก เพื่อรักษาความมั่นคงของอุปทานน้ำมันดิบ โดยใช้เส้นทางการส่งออกที่หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
เขาระบุว่า รัฐบาลกำลังผลักดันให้ส่งเรือที่ติดธงเกาหลีใต้ 5 ลำ ไปยังท่าเรือยานบูในซาอุดีอาระเบีย ในภูมิภาคทะเลแดง โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
South Korea’s government is planning to dispatch special envoys to Saudi Arabia, Oman and Algeria to secure crude oil supplies, local media have reported.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) April 6, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/Jwdb5DjiQw pic.twitter.com/QcMdSTlmkA
นอกจากนั้น เกาหลีใต้จะส่งทูตพิเศษไปยังซาอุดีอาระเบีย โอมาน และแอลจีเรีย เพื่อช่วยจัดหาแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มเติม.
เครดิตภาพ : REUTERS



