เมื่อวันที่ 7 เม.ย. รายการโหนกระแสวันนี้พูดคุยกรณี ‘คุณฝน’ อายุ 32 ปี ที่ออกมาร้องเรียนกับสื่อว่า สามีนอกใจไปมีหญิงอื่น ซ้ำหญิงมือที่สามยังใจป้ำ จะขอซื้อสามี 5 แสนบาท บอกให้ฝ่ายชายไปหาเขาแต่ตัวได้เลย

คุณฝน เล่าว่า ตนคบหากับสามีตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ ตั้งท้องระหว่างเรียน และได้แต่งงานกันในปี 2555 ก่อนจะมีลูกชายด้วยกันอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน

สามีทำทัวร์ คอยขับรถรับ-ส่งลูกค้าเดินทางข้ามจังหวัด ตนเป็นพนักงานบริษัทอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนลูกทั้งสองคนอยู่ที่ จ. นครศรีธรรมราช ปัจจุบันลูกชายคนโตอายุ 13 ปี ลูกชายคนเล็กอายุ 11 ขวบ คบหากับสามีมาได้ 15 ปี

สามีเป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาดี และเป็นคนขี้เล่น ด้วยความเชื่อใจและไว้ใจจึงไม่ได้คิดเรื่องจดทะเบียนสมรส ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามีชอบพูดเล่นทำนองว่าขอมีภรรยาเพิ่มอีก 1 คน ทำให้บางครั้งตนไม่สบายใจ สามีจึงชวนกันไปจดทะเบียนสมรส ในวันที่ 16 พ.ค. 2568 บอกว่าให้ตนมั่นใจว่าจะมีเขาอยู่ข้าง ๆ เสมอ

แต่เมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ตนสังเกตว่าสามีเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่กลับบ้าน ไม่รับโทรศัพท์ หรือรับแต่พูดคุยกันแป๊บเดียวก็รีบวางสาย ปกติหากมีปัญหาอะไรกันนิดหน่อย สามีก็จะรีบโทรฯ มา หากไม่รับสายก็จะโทรฯ อยู่อย่างนั้น แต่ตอนนี้ 2-3 วัน ยังไม่โทรฯ มา

ตนรู้สึกเอะใจ ถามกับสามีตรง ๆ สามีจึงพูดขึ้นมาว่า “ขอมีเมียน้อย” ตนคิดว่าสามีพูดเล่น จึงพูดกลับไปเล่น ๆ ว่าถ้าอยากมีเมียน้อย ให้เมียน้อยจ่ายมา 500,000 บาท ถึงจะยอม หลังจากสามีกลับมาบ้าน สามีได้พูดอีกครั้งในลักษณะจริงจัง ว่าขอมีภรรยาน้อย และตกลงว่าภรรยาน้อยจะนำเงินมาให้ 500,000 บาท ทำให้ตนถึงกับอึ้ง ตกใจนึกว่าสามีพูดเล่น

ตนพยายามถามอีกครั้ง แต่สามีก็บ่ายเบี่ยงทำให้เกิดการทะเลาะกัน จนเขายอมรับว่าเจอผู้หญิงอีกคนในติ๊กต็อก ประมาณ 2-3 เดือนที่แล้ว และตกลงเป็นแฟนกันช่วงเดือน ก.พ. 2569

ตนพยายามติดต่อหาสามีตลอด แต่สามีไม่ยอมรับสายและไม่กลับบ้าน จนเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ตนโทรฯ หาสามี บอกว่าตกลงยินดีรับเงิน 500,000 บาท และจะทำเรื่องหย่าให้ ให้สามีมารับเพื่อที่จะกลับไปหาลูก แต่ตนมีข้อแม้ว่า ระหว่างที่ไปหาลูก ระหว่างที่ยังเป็นสามีของตน ห้ามคุยกับผู้หญิงคนนั้น

ในวันที่ 31 มี.ค. สามีได้กลับมาเวลาประมาณ 01.00 น. เพื่อมาตกลงเรื่องนี้ โดยบอกว่าผู้หญิงคนนั้นอนุญาตให้เขามาคุยกับตนได้เพียง 1 ชั่วโมง เท่านั้น และต้องรีบกลับไปหา ไม่เช่นนั้นฝ่ายนั้นจะงอน รู้สึกเสียใจมากที่สามีต้องไปขออนุญาตคนอื่นเพื่อมาคุยกับเมียตัวเอง

เมื่อได้คุยกันในห้อง สามียืนยันว่ารักผู้หญิงคนใหม่เพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ และยอมรับว่าอยู่กับตนแล้วไม่มีความสุข ทั้งที่ผ่านมาตนทำงานขายของออนไลน์และทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินเลี้ยงดูคนในบ้าน ขณะที่สามีหาเงินใช้ส่วนตัวและรับผิดชอบค่างวดรถเท่านั้น

เหตุการณ์ในคืนนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น ตนได้พยายามยึดกุญแจรถและสร้อยคอไว้เพื่อไม่ให้สามีไป แต่สามีกลับอุ้มและดันตนออกจากประตู เพื่อที่จะออกไปหาผู้หญิงคนใหม่ให้ได้ตามเวลาที่สัญญาไว้คือ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ 3 คน ซึ่งผู้หญิงคนใหม่ได้พูดกับตนว่า หากจะใช้สามีร่วมกัน ตนห้ามขัดขวางถ้าเขาจะโทรฯ หาหรือสามีจะไปหาเขา

ตนทราบว่าสามีไปรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ผ่านการเล่นติ๊กต็อก และขึ้นไลฟ์คุยกัน โดยผู้หญิงคนดังกล่าวอ้างว่าทำธุรกิจหลายอย่าง รวมถึงทำธุรกิจเงินกู้มานาน สามีบอกกับตนว่ายังรักตนอยู่ แต่ให้เหตุผลว่า “ขอเลือกทางที่สบาย เพราะลำบากมาเยอะแล้ว”

และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ ลูกของผู้หญิงคนนั้นเรียกสามีของตนว่า พ่อ แล้ว โดยทางครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นก็รับรู้ และพร้อมให้สามีของตนไปดูแลกิจการที่บ้าน หากมีการหย่าขาดกันอย่างถูกต้อง

ในขณะเดียวกัน มีการแอบอ้างชื่ออดีต สส. ว่าเป็นญาติ มีอิทธิพล ทำให้คุณฝนกลัวและห่วงพ่อแม่ที่อยู่ใต้ว่าจะไม่ปลอดภัย ทางทีมงานรายการจึงได้ติดต่อไปหา สส. ที่ถูกอ้างถึง คือ อดีต สส. ประกอบ รัตนพันธ์ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงญาติห่าง ๆ และให้คุณฝนดำเนินการไปตามขั้นตอนทางกฎหมายได้เลย

ต่อมา หญิงอีกคนได้โฟนอินชี้แจง บอกว่าเงิน 5 แสน ตนไม่ได้เป็นคนเสนอ แต่ฝนเป็นคนเรียกว่าหากจะให้เลิกกันขอ 5 แสน เพื่อจะนำไปดูแลลูกไปทำหน้าอะไรก็ไม่รู้

ตนไม่ได้จะให้เขาเลิกกัน เพียงแต่บอกว่าหากยังไม่หย่า และเขายังอยู่ด้วยกัน ตนก็ขอเจอฝ่ายชายนาน ๆ ครั้งได้ไหม แต่หากเขาอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วจริง ๆ หย่าขาดจากกัน ตนก็พร้อมจะคบหาดูใจกับฝ่ายชาย

ยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลอะไร ไม่มีผู้ใหญ่เกี่ยวข้อง และน้องชายตนก็ทำงานบ้าน ๆ ไม่เคยไปอุ้มใคร เรื่องที่ตนปล่อยเงินกู้ เป็นเรื่องอดีต ปัจจุบันมีแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ

ตนก็ไม่รู้ว่าฝ่ายชายไปพูดอะไรบ้าง หรืออาจจะอ้างไปเพราะอยากเลิกกับฝน หรืออาจจะอ้างไปเพราะกลัวฝนจะประจานตน