เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานประชุมคณะผู้บริหารกทม. ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขต ณ ห้องปัญญพัฒน์ ชั้น 4 ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร โดยมี นายปิยะ พูดคล่อง ผอ.สำนักเทศกิจ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ในที่ประชุมได้รายงานการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าของกทม. ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีแนวทางและมาตรการสำคัญ ดังนี้ 1.การกำหนดฐานข้อมูลจุดทำการค้า กทม.ได้จัดทำบัญชีจุดทำการค้าเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 380 จุด แบ่งเป็นจุดผ่อนผัน 59 จุด และนอกจุดผ่อนผัน 321 จุด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

2.หลักเกณฑ์การพิจารณาพื้นที่ทำการค้า (ฉบับใหม่) การจัดระเบียบยึดตามหลักเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.67 โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก กำหนดเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ ทางเท้าต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร เพื่อรองรับการสัญจร แผงค้าต้องตั้งห่างจากผิวจราจรอย่างน้อย 50 ซม. และหากมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน (barriers) อย่างชัดเจน ห้ามตั้งแผงค้าบริเวณประปาหัวแดง ทางร่วมทางแยก และทางเข้า–ออกอาคารโดยเด็ดขาด

3.มาตรฐานด้านสุขาภิบาลในจุดผ่อนผัน กทม.ให้ความสำคัญกับสุขอนามัย โดยเฉพาะผู้ค้าประเภทปรุงอาหาร กำหนดให้มีการติดตั้งถังดักไขมัน หรือจัดให้มีจุดล้างภาชนะส่วนกลางไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ค้า พร้อมทั้งมีระบบติดตามผลผ่าน Google Form รายเดือน โดยต้องแนบหลักฐานภาพถ่ายประกอบ 4.การยกเลิกและการจัดหาพื้นที่ทดแทน มีการดำเนินการยกเลิกจุดทำการค้านอกจุดผ่อนผันที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ โดยปัจจุบันยกเลิกแล้ว 36 จุด และยังอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติม ในขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่จัดหาพื้นที่ทดแทนให้ผู้ค้า โดยตั้งเป้าหมายไว้ 30 จุด เช่น การประสานตลาดต่าง ๆ เพื่อรองรับผู้ค้าย้ายเข้าไปประกอบการภายในตลาดแทนการค้าบนทางเท้า

5.การพัฒนาพื้นที่อัตลักษณ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้กำหนดพื้นที่ทำการค้าที่มีอัตลักษณ์ วิถีชุมชน และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวจำนวน 47 จุด ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอผู้ว่าฯกทม.พิจารณาอนุมัติ 6.มาตรการบังคับใช้กฎหมายและพฤติกรรมที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด สำนักเทศกิจเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพฤติกรรมฝ่าฝืน 5 ประการ ได้แก่ การทิ้งน้ำเสียลงท่อระบายน้ำหรือทางเท้า การตั้งแผงค้าล้ำพื้นที่หรือมีอุปกรณ์เกินกำหนด การตั้งโต๊ะและเก้าอี้บนทางเท้าสาธารณะ การปรุงอาหารโดยไม่มีมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัย การทิ้งขยะสะสมโดยไม่จัดการอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ พื้นที่ที่ถูกยกเลิกแล้วจะต้องคงสภาพว่าง ห้ามมีผู้ค้ารายใหม่กลับมาตั้งแผงโดยเด็ดขาด รวมถึงพื้นที่สาธารณะบริเวณหน้าอาคารเอกชน ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานการจัดระเบียบวินจักรยานยนต์สาธารณะ แผนการดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัย และการจราจรเทศกาลสงกรานต์ แผนการตรวจบังคับการตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ การกวดขันรถจอดหรือขับขี่บนทางเท้า การตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ .