เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายยศนันท์ วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ภายหลังที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวานนี้ ในวันนี้ได้เริ่มงานวันแรกที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีโจทย์ใหญ่คือการนำพลังของ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและฝุ่น PM2.5 ที่รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว โดยมีความตั้งใจจะเปลี่ยนภาพจำของกระทรวง อว. ให้เป็นกระทรวงที่ใครก็ขาดไม่ได้ เป็นคลังสมองและแหล่งนวัตกรรมที่พร้อมลงพื้นที่ช่วยประชาชนในภาวะวิกฤต โดยจะทำงานอจ่างหนักและต่อเนื่องไม่หยุด เพื่อดึงศักยภาพที่มีอยู่ในคนไทยออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับปัญหา PM 2.5 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ จะบูรณาการนวัตกรรมอย่างแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา” ระบบเซนเซอร์ DustBoy มุ้งความดันบวก ฝและการใช้ AI ช่วยวินิจฉัยสุขภาพ เพื่อจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นตอไปจนถึงการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยในวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะเปิด “Action Plan” ที่พร้อมทำทันที และในวันที่ 11 เม.ย. จะนำแผนงานทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามี Assets และพร้อมทำงานร่วมกับทุกกระทรวง ทั้งเรื่องฝนหลวง พลังงานทดแทน และการจัดการไฟป่า

โดยหวังว่าวิกฤตครั้งนี้จะเป็นโอกาสในการ Transform ประเทศสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง และในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ หรือช่วงต้นเดือนพฤษภาคม จะเริ่มขยายผลสู่ระยะปานกลางและระยะยาว โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีช่วยกลุ่ม SME ภาคการเกษตร และกลุ่มอาหาร เพื่อเพิ่มผลผลิต และสร้างระบบนิเวศน์ให้คนไทยได้ช่วยกันเองได้ พร้อมเชื่อมั่นว่าหากประเทศไทยตั้งลำได้เร็วและทำให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ งบประมาณและทรัพยากรจะหลั่งไหลมาสู่ภาคการวิจัยเพื่อช่วยคนไทยทุกคน

ทั้งนี้ นายยศนันท์ ย้ำว่าในทุกวิกฤตไม่มีฮีโร่เดียว แต่พวกทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่จะพาประเทศผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน.



