วันที่ 7 เม.ย. 2569 ร.ต.อ.มานิตย์ ศิริเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองจาน หมู่ที่ 18 ต.นิคม ว่ามีลูกบ้านจมน้ำในสระน้ำประจำหมู่บ้าน จึงประสานหน่วยกู้ภัยวังกรูดสตึก และชุดประดาน้ำหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ เข้าร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ประจำหมู่บ้าน มีความลึกประมาณ 5 เมตร พบชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครกล้าลงไปช่วยเหลือนายอนุชา สานวงษ์ อายุ 32 ปี ที่จมน้ำก่อนหน้านี้ เนื่องจากสระน้ำมีความลึก ประกอบกับชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสระน้ำอาถรรพณ์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำร่างขึ้นมาจากสระน้ำได้
สอบถามนางสุนัน สานวงษ์ อายุ 56 ปี มารดาของนายอนุชา เล่าว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ลูกชายมักจะไปเล่นน้ำที่สระน้ำแห่งนี้เป็นประจำ เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน โดยทุกครั้งจะบอกว่าอากาศร้อน และส่วนใหญ่ตนจะนั่งดูอยู่ด้วยเพราะเป็นห่วง

เช่นเดียวกับวันนี้ ตนนั่งอยู่หน้าบ้านและมองเห็นลูกลงไปเล่นน้ำ ไม่นานลูกชายพยายามแสดงสัญญาณว่าไปไม่ไหว โดยนอนหงายและชูมือเหมือนขอความช่วยเหลือ แต่ตนไม่สามารถลงไปช่วยได้เนื่องจากน้ำลึก ก่อนที่ลูกชายจะค่อย ๆ จมลงไปต่อหน้าต่อตา ตนจึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและแจ้งหน่วยกู้ภัย แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกชายไว้ได้
ด้านนางทองจันทร์ แสวงผล อายุ 57 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า สระน้ำแห่งนี้ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าลงเล่น เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นสระน้ำอาถรรพณ์ มีอายุมากกว่า 200 ปี และไม่เคยตื้นเขิน อีกทั้งในอดีตเคยมีผู้จมน้ำเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีเจ้าที่สิงสถิตอยู่ จึงทำให้เกิดความหวาดกลัวและหลีกเลี่ยงการใช้งานสระน้ำดังกล่าว



