นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการผลผลิตในทุกมิติ ทั้งการเชื่อมโยงตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ การสนับสนุนการจำหน่ายผ่านสหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดออนไลน์ และการจำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภค รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต รองรับปริมาณผลไม้ที่ทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลผลิต

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังติดตามสถานการณ์ผลผลิตในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวของผลไม้แต่ละชนิด โดยคาดว่า ทุเรียนและเงาะจะมีผลผลิตสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม มังคุดในเดือนสิงหาคม และลองกองในเดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยให้การกระจายผลผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงด้านการตลาด และรักษาเสถียรภาพด้านราคาให้แก่เกษตรกรตลอดฤดูกาลผลิตปี 2569

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พบว่า ทุเรียน มีการเก็บเกี่ยวแล้ว 397,069.64 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 65.84 ของผลผลิตตามประมาณการ โดยผลผลิตเกรด A มีสัดส่วนร้อยละ 63.10 และมีราคาเฉลี่ย 87.23 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ มังคุด เก็บเกี่ยวแล้ว 37,775.96 ตัน หรือร้อยละ 32.98 เงาะ เก็บเกี่ยวแล้ว 20,986.07 ตัน หรือร้อยละ 54.84 และ ลองกอง เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 952.88 ตัน หรือร้อยละ 4.07 ของผลผลิตทั้งหมด สะท้อนว่าผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้กำลังทยอยออกสู่ตลาดตามแผนการผลิตของแต่ละชนิด.-