สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าการพุ่งขึ้นที่สูงที่สุด นับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2567 และสูงกว่า 2.4% ในเดือน ก.พ. เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับ “ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติ”

เดือนที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ได้เปิดห่วงโซ่อุปทานกับพันธมิตรใหม่ เช่น รัสเซีย เพื่อจัดหาน้ำมัน ขณะที่ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่การแจกเงินสดให้แก่คนงานขนส่ง ไปจนถึงการลดวันทำงานของข้าราชการ ให้เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์

กรมวางแผนเศรษฐกิจกล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในภาคการขนส่งเป็นสาเหตุหลักของการพุ่งขึ้นในเดือน มี.ค. โดยมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 9.9% ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งใช้ในระบบขนส่งสาธารณะเกือบทั้งหมด พุ่งสูงขึ้นเกือบ 60%

หน่วยงานระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 4.9% ส่วนตัวเลขด้านการขนส่งส่วนบุคคลเร่งตัวขึ้นเป็น 31.3% ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ตัวเลขในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 2.8% และ 3.1% ตามลำดับ

แถลงการณ์ระบุว่า ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่ส่งผลให้เงินเฟ้อโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ดัชนีอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.0% ในเดือน มี.ค. จาก 1.8% ในเดือนก่อนหน้า.

เครดิตภาพ : AFP