วันนี้ (8 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความวุ่นวายในสนามบินที่ยังคงยืดเยื้อจากการขาดแคลนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการเดินทางของสหรัฐ หรือทีเอสเอ โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้โดยสารเครื่องบินจำนวนมากเริ่มหมดความอดทนกับการรอคิวที่ยาวเหยียดเพื่อตรวจค้นสัมภาระก่อนขึ้นเครื่องบิน จนยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อจ้างคนให้มารับหน้าที่ยืนต่อคิวในแถวแทนตนเอง 

วิกฤติการณ์นี้เป็นผลพวงมาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ สั่งปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางหลายแห่ง ซึ่งในส่วนของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ได้ส่งผลกระทบต่อการจ่ายค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ทำให้มีเจ้าหน้าที่ลาหยุดงานเป็นจำนวนมากจนมีจำนวนไม่พอต่อการปฏิบัติงาน ส่งผลให้ผู้โดยสารในสนามบินบางแห่งต้องเข้าคิวรอตรวจความปลอดภัยยาวนานถึง 5 ชั่วโมง

บริษัทธุรกิจรับจ้างต่อคิว “เซม โอล ไลน์ ดูดส์” ในนิวยอร์ก เริ่มมองเห็นช่องทางทำเงินจากความเดือดร้อนนี้ โดยมีการคิดค่าบริการตั้งแต่ 35-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (ประมาณ 1,200-2,200 บาท) สำหรับการต่อแถวในสนามบิน ซึ่งเป็นอัตราค่าบริการที่สูงกว่าปกติเนื่องจากผู้รับจ้างต้องยืนตลอดเวลาและแถวรอคิวมีการเคลื่อนที่อยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังมีบุคคลทั่วไปที่มองเห็นช่องทางทำเงินดังกล่าว ในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส สตีเวน ไดอัล รับจ้างรอคิวตรวจสัมภาระของเจ้าหน้าที่ทีเอสเอในสนามบินนานาชาติจอร์จ บุช ในราคา 65 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,200 บาท) ต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ทางสนามบินได้ออกมาเตือนว่าไม่สนับสนุนบริการเหล่านี้ และผู้ที่ใช้บริการต้องแบกรับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้วยตนเอง เนื่องจากผู้รับจ้างเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างเป็นทางการ

เครดิตภาพ : AFP