นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ปกคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้ทัศนวิสัยการมองเห็นทางการบินลดลง แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่อากาศยานยังสามารถทำการขึ้น-ลง ได้อย่างปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินในภาพรวมแต่อย่างใด โดยทัศนวิสัยทางการบินลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 1,200 เมตร และค่าเฉลี่ยตลอดทั้งวันอยู่ที่ประมาณ 6-7 กิโลเมตร (กม.) อย่างไรก็ตามยังสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการลงจอดด้วยเครื่องช่วยการเดินอากาศ (Instrument Landing System (ILS) ประเภท Category 1) ซึ่งค่าทัศนวิสัยต้องไม่ต่ำกว่า 800 เมตร

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า บวท. ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่ค่าทัศนวิสัยลดต่ำกว่ามาตรฐาน โดยได้วางแผนบริหารจัดการจราจรทางอากาศ รวมถึงเตรียมประสานความพร้อมการให้บริการ กรณีมีการร้องขอในการเปลี่ยนเส้นทางบินไปสนามบินสำรอง นอกจากนี้ บวท. ยังได้ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการปฏิบัติการบินดัดแปลงสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ตาก และแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 2569

พร้อมกันนี้ยังได้สนับสนุนการปฏิบัติการบินของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการขึ้นบินสำรวจและควบคุมสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันในพื้นที่ ทั้งนี้ บวท. ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐและกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่าการบริหารจัดการจราจรทางอากาศยังคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร และประชาชนเป็นสำคัญ

​​​