เมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานในสังกัด พร้อมกับแถลงข่าวนโยบายด้านท่องเที่ยวและด้านกีฬา ที่ห้องประชุมพลบดี ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม อาคารซี
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นกลไลสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการกีฬาได้มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

รมต.กีฬา กล่าวต่อว่า ได้วางกรอบการพัฒนาไว้บน 4 เสาหลัก ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health), การผลักดันกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ (Sport Wealth), การยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ (Sport Pride) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาพัฒนาระบบกีฬา (Sport Future) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
ส่วนเรื่องเสนอตัวเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 นั้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า ประเทศไทย เป็น 1 ใน 3 ประเทศ ที่ได้เข้าสู่ช่วงสุดท้าย ร่วมกับ ชิลี และปารากวัย ว่าประเทศไหนจะเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไทยมีความพร้อมแน่นอน เพียงแต่เหลือขั้นตอนอีกนิดคือเราต้องมาคำนึงถึงสิ่งที่จะได้รับ เบื้องต้นตามรายงานต้องใช้งบประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งด้วยจำนวนเท่านี้ กับสิ่งที่เยาวชนจะได้รับและประเทศไทยจะได้รับ คุ้มค่าหรือไม่

“ถ้าคุ้มค่าก็อยากจะเดินหน้า ไม่ว่าเป็นรัฐมนตรีคนไหนก็อยากจะจัด ถ้าถามผมแบบไม่ต้องคิด ก็ยืนยันว่าให้จัดแน่นอน แต่สิ่งที่แลกมาคืองบประมาณของประเทศ หากคุ้มค่าเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวง พร้อมสนับสนุน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องคำนึงถึงสิ่งที่ได้รับว่าพัฒนากีฬาได้จริงไหม ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้จริงไหม ถ้าจริง ก็เดินหน้าแน่นอน”
รัฐมนตรีสุรศักดิ์ กย่างกล่าวถึงแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” แยกจากกระทรวงการท่องเที่ยว ว่า นายกรัฐมนตรีแถลงชัดเจนว่าการแยกกระทรวงท่องเที่ยว ไปควบรวมกับ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่จะทำให้การท่องเที่ยวไร้รอยต่อมากขึ้น เพราะเป็นสามารถสอดรับกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาหารการกิน เสื้อผ้า โบราณสถาน ฯลฯ ทุกอย่างคือต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เรานำไปต่อยอดได้ เชื่อว่าจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวได้ อย่างมีประสิทธิภาพพ ส่วนกีฬาการแยกออกมา ความชัดเจนก็จะเกิดขึ้นแน่นอน เน้นไปที่กีฬาจริง ๆ ทั้งเรื่องงบประมาณ เป้าหมาย และเชื่อว่าจะยกระดับกีฬาของประเทศให้ประสบความสำเร็จหลาย ๆ ด้าน

“เรื่องนี้กำลังเริ่มต้นทันที และตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาหลาย ๆ ด้าน เพราะเรื่องการแยกกระทรวงมันเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่แค่กระทรวงเรากระทรวงเดียว ยังมีเรื่องข้อกฎหมายหลายฉบับ เรื่องกำลังพล งบประมาณ สินทรัพย์ของแต่ละกระทรวง ส่วนตัวอยากให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด แต่ต้องรอบคอบด้วย ถ้าไม่รอบคอบคงไม่เป็นสิ่งที่ดี อยากให้ไม่ต้องมาแก้กันอีก ความตั้งใจของรัฐบาลตอนนี้ คือเร็วที่สุดและรอบคอบที่สุด เพื่อมีกระทรวงใหม่ที่สมบูรณ์และทำงานอย่างเต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชน”
“ส่วนเรื่องพระราชบัญญัติการพนัน ซึ่งหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปลดล็อกหลายกีฬาออก ไม่ว่าจะเป็นบิลเลียดและโป๊กเกอร์ คงต้องไปดู และศึกษาให้ดี เข้าใจว่ามีคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จะนำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณา อย่างรอบคอบ ขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง” รัฐมนตรีกีฬาป้ายแดง กล่าวย้ำ



