เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเป็นครั้งแรกในสภาว่า โลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน แบ่งขั้วกันชัดเจน ความมั่นคงแห่งชาติ คงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่คือความปลอดภัยของประชาชน และเสรีภาพของภูมิภาค และความสามารถของประเทศ ในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก กระทรวงกลาโหมจะขับเคลื่อนทุกนโยบาย โดยมีอธิปไตยและความมั่นคงแห่งชาติเป็นที่ตั้ง อาศัยความร่วมมือของประชาชน และการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก
“รัฐบาลจะมุ่งเน้นให้ชายแดน มีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตนเองมีแนวคิดเรื่องความมั่นคง จากการที่อยู่ตามแนวชายแดนมาตั้งแต่เด็ก จนถึงเกษียณอายุราชการ กําลังพลที่อยู่ชายแดน มีความจําเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ความมั่นคงแห่งชาติต้องตั้งอยู่บนกองทัพที่มีความพร้อมรบ กระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพกองทัพ ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับภัยคุกคาม ในศตวรรษที่ 21 ทั้งมิติด้านเทคโนโลยีและการข่าว ขณะที่เรื่องการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ จะดําเนินการภายใต้ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะการพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว”
รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงนโยบายทหารอาสาว่า ประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสาหรือสมัครใจ ขอให้คิดว่านั่นคือโอกาสที่สําคัญของชีวิต กองทัพไทยไม่ใช่เพียงแค่กำลังรบ แต่เป็นสถาบันที่สร้างคน รัฐบาลจะใช้ระบบพัฒนาทหารอาสา ให้เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี จากระบบที่เคยถูกมองว่าเป็นหน้าที่ และการเสียโอกาส เราจะยกระดับให้เป็นทหารที่ได้รับโอกาส ในการพัฒนาทักษะสร้างอาชีพ และสร้างอนาคต ทั้งการฝึกสมรรถภาพร่างกาย และระเบียบวินัย ค่าตอบแทน สวัสดิการ และเงินสะสม เพิ่มวุฒิการศึกษา และฝึกวิชาชีพที่ต้องการ และการเลือกอาชีพ หลังปลดประจําการ
“ทหารอาสา จะเป็นกําลังสําคัญในการสร้างเสริมความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศในระยะยาว ผมยืนยันว่า จะตั้งคณะทํางาน เพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ และประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในและนอกกองทัพ กระทรวงกลาโหม พร้อมรับคําแนะนํา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นทหารอาชีพ พร้อมทําหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมจะทําหน้าที่อย่างเต็มกําลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ด้วยหลักการที่ว่า เราจะทําทันที รวมเป็นหนึ่งจึงชนะ” รมว.กลาโหม กล่าว



