สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดเผย “สมุดปกน้ำเงิน” ทางการทูตประจำปีนี้ ซึ่งทุกฝ่ายพุ่งความสนใจไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวกับจีน โดยพบว่า มีการตัดถ้อยคำที่ระบุว่าจีนเป็น “หนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญที่สุด” ที่รัฐบาลโตเกียวเคยใช้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ออกไป และเหลือไว้เพียงคำเรียกแบบกะทัดรัด ว่าจีนเป็นเพียง “เพื่อนบ้านที่สำคัญ”
รายงานของญี่ปุ่นยังกล่าวถึงจีนด้วยว่า “เพิ่มการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายเดียวและใช้มาตรการข่มขู่ต่อญี่ปุ่น” จากการที่รัฐบาลปักกิ่งยกระดับตอบโต้รัฐบาลโตเกียว ด้วยการเตือนพลเมืองไม่ให้เดินทางมาท่องเที่ยวยังญี่ปุ่น และเพิ่มมาตรการจำกัดทางการค้าต่อหน่วยงานรัฐ และบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเดินทางไปยังญี่ปุ่น เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ดิ่งลงถึง 45.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
Japan downgrades description of China in annual diplomatic report https://t.co/l1HXzK8UPQ
— The Straits Times (@straits_times) April 10, 2026
นอกจากประเด็นเรื่องจีนแล้ว สมุดปกน้ำเงินฉบับนี้ยังฉายภาพสถานการณ์โลกที่น่ากังวล โดยระบุว่า “ยุคสมัยแห่งความสงบสุขที่เคยรู้จักกันในนาม ‘ยุคหลังสงครามเย็น’ ได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างสิ้นเชิง”
ทั้งนี้ การที่ทาคาอิจิมีจุดยืนที่แข็งกร้าวและชัดเจนในเรื่องไต้หวันมากกว่าผู้นำญี่ปุ่นหลายคนก่อนหน้า สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับจีนมาตลอด และชนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ เริ่มจากการที่ทาคาอิจิส่งสัญญาณในการแถลงเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ว่า “ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหาร” หากไต้หวันถูกโจมตี เนื่องจากเธอมองว่า เรื่องนี้ถือเป็น “ความอยู่รอด” ของญี่ปุ่นเช่นกัน ซึ่งคำพูดนี้ถือเป็น “การล้ำเส้น” ที่จีนถือว่าเรื่องไต้หวันเป็นกิจการภายใน และจะไม่ยอมให้ชาติอื่นเข้ามาแทรกแซงโดยเด็ดขาด.
เครดิตภาพ : AFP



