เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ตามที่ปรากฏข่าวในเฟซบุ๊กว่าพบสัตว์ยังไม่ทราบชนิดมากัดวัวชาวบ้านในพื้นที่บ้านสมบูรณ์หมู่ 14 ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม โดยมีผู้พบเห็นสามารถถ่ายรูปสัตว์ดังกล่าวไว้ได้ ลักษณะคล้ายเสือ ทำให้ชาวบ้านหลายหมู่บ้านใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร อ.โพนสวรรค์ และ อ.นาหว้า จ.นครพนม ต่างหวาดผวาไปตามๆ กัน
ต่อมา ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม ได้สั่งการให้ นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร นายอำเภอโพนสวรรค์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 ทราบข้อมูลจากบุคคลที่พบเห็นสัตว์ดังกล่าวว่า เวลาประมาณทุ่มเศษ พบสัตว์ลักษณะคล้ายเสือความสูงประมาณ 1 เมตร ขนาดลำตัวยาวประมาณ 2 เมตร ตรงบริเวณบ้านโนนคำ ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับบ้านสมบูรณ์ ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม และยังพบรอยฝ่าเท้าเสือกว้างประมาณ 10-11 เซนติเมตร จำนวนหลายจุดในพื้นที่ดังกล่าว

จากคำบอกเล่าของนายครรชิต ปากดี อายุ 53 ปี กำนัน ต.บ้านค้อ เล่าว่า ผู้ที่เจอเสือคนแรกเป็นชาวบ้านที่อยู่บ้านโนนคำ ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร แต่พอเห็นแสงไฟก็วิ่งหนีไปทางทุ่งนา และไปโผล่ที่บ้านสมบูรณ์หมู่ 14 ต.บ้านค้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน โดยเสือได้ลอบเข้าไปกัดวัวในคอกของนางสุดใจ บุพศิริ อายุ 67 ปีที่สร้างไว้ไกลหมู่บ้านพอสมควร กระทั่งรุ่งเช้ามาพบว่าวัวของตนมีรอยถูกกัดเหวอะหวะตายคาคอก และได้ข่าวจากชาวบ้านโนนคำว่า เจอเสือลายพาดกลอนตอนหัวค่ำ จึงเชื่อว่าวัวตนคงถูกเสือตะปบกัดจนตาย
เบื้องต้น นายเชิดพันธ์ ผลวิเชียร นายอำเภอโพนสวรรค์ ได้จัดกำลังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ต.บ้านค้อ ตั้งกองอำนวยการ จัดชุดรักษาความสงบภายในหมู่บ้านและประสานทาง อบต.บ้านค้อ จัดทีมงานช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเพิ่มด้วย รวมทั้งจะบูรณาการ 3 อำเภอ คือ กุสุมาลย์, โพนสวรรค์, นาหว้า ออกล่าเสือตัวนี้

จากการสันนิษฐานเสือโคร่งตัวนี้น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของใครคนใดคนหนึ่ง หรืออาจเป็นสัตว์ในสวนสนุกแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.โพนสวรรค์ ที่เลิกกิจการไปแล้วหลุดออกจากกรงมาจนหิวโซ
ในระหว่างตรวจสอบและพิสูจน์ทราบสัตว์ดังกล่าวนี้ ทาง อ.โพนสวรรค์ ได้เน้นย้ำแจ้งเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวัง ในการเดินทางออกนอกบ้านหรือที่พักอาศัย และห้ามเข้าพื้นที่หรือหาของป่าในพื้นที่ตรงจุดบริเวณพบสัตว์ดังกล่าวนั้นโดยเด็ดขาด.



