นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ไทยต้องพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากรถติดหล่ม เป็นรถคันใหม่ มีเครื่องยนต์ใหม่ มีระบบที่มั่นคง นั่งสบาย และเป็นรถที่มีที่นั่งสำหรับทุกคน โดยมีความมุ่งมั่นจะเติบโตทั่วถึงมีคุณภาพเต็มศักยภาพที่ไม่ต่ำกว่า 3% 

“แต่โลกมีความไม่แน่นอน วันนี้เจอวิกฤติน้ำมัน วิกฤติพลังงาน สงครามที่เกิดขึ้น เราต้องทำทุกอย่าง เพื่อพยุงและยกไม่ให้ติดหล่มใหม่ และต้องทำโดยใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่มีอยู่ เพราะวิกฤติตอนนี้คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”นายเอกนิติ กล่าว

วิกฤติครั้งนี้ จะเปลี่ยนโลก 4 ด้าน คือ

1.โลกเข้าสู่ความต้องการ ความมั่นคงสูง เป็นฐานการลงทุนที่โลกไว้วางใจ เป็นฐานการผลิตการค้าที่ปลอดภัย เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหาร เพื่อความมั่นคงทางอาหารของโลก

2.วิกฤติพลังงานและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Solar อุตสาหกรรมและครัวเรือน สนับสนุนพลังงานทางเลือก Ethanol และ Bio-Energy ส่งเสริมการซื้อไฟโดยตรงจากครัวเรือนและธุรกิจ

3.AI และเทคโนโลยีก้าวกระโดด โดยเทคโนโลยีจะยกระดับศักยภาพแรงงานไทย การลงทุนใน Digital Data AI รวมถึง Supply Chain ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ Health & Wellnessท่องเที่ยว อาหารและ เกษตร

4.ประชากรสูงวัย ทั้ง Wellness Hub , ธุรกิจอาหารมูลค่าสูง , การดูแลสุขภาพจิตใจ และ Silver Economy โดยการ Upskill/Reskill แรงงาน , สินค้าและนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ

4 หลักสำคัญในการขับเคลื่อนทุกนโยบาย ประกอบด้วย 4T

  • Target มุ่งเป้า ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความน่าเชื่อถือทางการคลังของประเทศและไม่ผลักภาระเกินควรไปให้คนรุ่นหลัง ซึ่งมาตรการเยียวยาพุ่งเป้าตรงกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีแนวคิดดำเนินการทำ Hometown Tax ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ เพื่อให้ท้องถิ่นมีการพัฒนาและเติบโตได้
  • Transition เปลี่ยนผ่าน ช่วยคนไทย ธุรกิจไทย เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับภาครัฐ ให้ทันสมัย ว่องไว และโปร่งใส ปรับปรุงกฎหมาย กติกาที่ล้าสมัย เชื่อมโยงกันด้วยข้อมูล ลดขั้นตอน ซ้ำซ้อน เร่งรัด Green Transition เร่งทำ Direct PPA ลงทุน Smart grid
  • Transform พลิกโฉม สร้างการเติบโตทั่วถึง สร้างโอกาสการเติบโตให้ไปถึงคนตัวเล็ก SME ชุมชน ผู้สูงอายุ สร้างโอกาส สร้างอนาคตให้ลูกหลานที่จับต้องได้ทุกคน โดยการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Digital Bio , Green
  • Together รวมพลัง การร่วมมือกันทั้งประเทศ ภาคเอกชนต้องเป็นผู้นำในการลงทุน นวัตกรรม และการสร้างงานใหม่ ภาครัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนลดกฎที่ไม่จำเป็น ส่วนประชาชนทุกคน โอกาสนั้นจะเกิดผลได้จริงก็ต่อเมื่อทุกคนลุกขั้นมาคว้ามันด้วยตัวเอง

“ในปีงบประมาณ 2570 หากเป็นงบอะไรที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย จะตัดหมด หากไม่จำเป็น เพื่อนำมาเยียวยาคนในช่วงวิกฤติ โดยจะทำบนวินัยการเงินการคลัง ใช้ MTFF ไม่ให้เพิ่ม แต่จะตัดอะไรที่ไม่จำเป็นออกหมด และเป็นนโยบายที่จะดำเนินการ”

นายเอกนิติ กล่าวว่า หากเราจะพาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวพ้นจากกับดักเดิม เราจะต้องสร้างเครื่องยนต์ใหม่ให้ประเทศอย่างจริงจัง

  • เครื่องยนต์ที่ 1 คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออนาคต ทั้งเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล และ เศรษฐกิจท้องถิ่น โดยตั้งเป้า 4 ปี จะมีการลงทุนภาครัฐและเอกชนรวมกันอยู่ที่ 30% จาก 23%
  • เครื่องยนต์ที่ 2 คือ การขับเคลื่อนการลงทุนเอกชน โดยการพัฒนาเศรษฐกิจในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ ปฏิรูปโครงสร้างราชการ ปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของภาคเอกชนอย่างจริงจัง รวมถึงการเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยี ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีใหม่ได้ง่ายขึ้น
  • เครื่องยนต์ที่ 3 การลงทุนในคนไทย และการเปลี่ยนทุนมนุษย์ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยการพัฒนาทักษะ รัฐบาลจะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การทำให้รายได้มั่นคง คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ เสริมตาข่ายรองรับทางสังคม เป็นสวัสดิการที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือแก่คนที่ต้องใช้เวลาปรับตัว ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง