เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ สรุปภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สุพรรณบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.ระยอง จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด จ.อำนาจเจริญ จ.ชัยภูมิ จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี

ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 56.7-228.8 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงที่สุดลำดับที่ 1.เชียงราย 148.0-220.8 มคก./ลบ.ม. 2.แม่ฮ่องสอน 81.5-214.0 มคก./ลบ.ม 3.น่าน 106.3-192.8 มคก./ลบ.ม. 4.เชียงใหม่ 66.4-178.6 มคก./ลบ.ม. 5.พะเยา 133.9 มคก./ลบ.ม. 6.สุโขทัย 106.4 มคก./ลบ.ม. 7.พิษณุโลก 96.2 มคก./ลบ.ม. 8.ลำพูน 83.4-89.8 มคก./ลบ.ม. 9.ลำปาง 81.2-84.1 มคก./ลบ.ม. 10.แพร่ 81.5 มคก./ลบ.ม. 11.กำแพงเพชร 70.4  มคก./ลบ.ม. 12.อุตรดิตถ์ 70.4 มคก./ลบ.ม. 13.ตาก 63.2 มคก./ลบ.ม. 14.พิจิตร 60.7 มคก./ลบ.ม. 15.นครสวรรค์ 58.0 มคก./ลบ.ม. 16.เพรชบูรณ์ 57.2 มคก./ลบ.ม. และ 17.อุทัยธานี 55.4 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 25.8-196.4 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 6 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 23.3-60.4 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 15.8-40.7 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11.7-21.3 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 18.4-35.9 มคก./ลบ.ม.