เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่าเอาการเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน แล้วสวมรอยกู้เพิ่มอีก 200,000 ล้านบาท จากที่ ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน ในวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในแผนงาน 2 แผนงาน คือ แผนแรก 200,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ แผนที่สอง อีก 200,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิล ไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

นายวิโรจน์ ระบุว่า ผมต้องอธิบายอย่างนี้ว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ระบุเอาไว้ว่า รัฐบาลจะออก พ.ร.ก. ได้ ก็ต่อเมื่อรัฐบาลเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือเพื่อป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ

สำหรับแผนแรก ที่จะกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤติการณ์น้ำมัน ในประเด็นนี้ยังพอจะเข้าเงื่อนไขเป็นกรณีฉุกเฉินได้ แต่สำหรับแผนที่สอง ที่จะกู้เงินอีก 200,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน พิจารณาอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลยครับ

กลับกัน เรื่องการปฏิรูปและเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้น ควรเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยซ้ำ เนื่องจากการตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทั้งชาติ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องกลั่นกรองให้ดี เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทำทุจริตเชิงนโยบาย หรือเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มใด

นายวิโรจน์ ระบุต่อว่า ด้วยเหตุนี้ ในส่วนของแผนการเยียวยาประชาชน หากรัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.ก. ก็พอจะยอมรับได้ แต่ในส่วนของแผนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน รัฐบาลควรจะออกเป็น พ.ร.บ. ไม่ใช่ พ.ร.ก. แทนที่รัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อการเยียวยา 1 ฉบับ และ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานอีก 1 ฉบับ รัฐบาลกลับเอาทั้งการเยียวยาประชาชน มารวมกับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน แล้วออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพียงฉบับเดียว

พฤติกรรมเช่นนี้ของรัฐบาล จึงเข้าข่ายการละเมิดมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ เป็นการเอาการเยียวยาประชาชนมาบังหน้า จับเอาความทุกข์ยากของประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพื่อที่จะได้สอดไส้ สวมรอย กู้เงินเพิ่ม ทำให้สังคมสงสัยเป็นอย่างมากว่า แผนที่ 2 ที่อ้างว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน แท้ที่จริงแล้ว รัฐบาลกำลังจะเอาเงินกู้ที่ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันแบกรับภาระในอนาคต ไปประเคนผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มใดหรือไม่ การเปลี่ยนผ่านที่ว่า ตกลงแล้วเป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน หรือเป็นแค่การเปลี่ยนเจ้ามือในการกินรวบผลประโยชน์ของประเทศชาติกันแน่