จากกรณีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มุ่งหน้าไปเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณถนนสีลม เขตบางรัก จนทำให้เมื่อวานนี้(13 เม.ย.) คนทะลักเข้าพืเนที่กว่า 1.4แสนคน เต็มทุกพื้นที่จนล้นเข้าไปใน Emergency Lane ช่องทางพิเศษซึ่งกทม.จัดไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน จะได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทัน เมื่อคนทะลักจนทะลุเข้าไปในช่องทางพิเศษที่ยังคงมีความจำเป็นต้องมี แล้วเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ปฎิบัติการยึดEmergency Lane คืนจึงเกิดขึ้น ใช้วิธีการอย่างไร และใช้เวลานานเท่าไหร่จึงกลับมาเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. รศ.ทวิดา กมลเวชช กล่าวถึงการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวทะลักล้นเข้ามาใน Emergency Lane พื้นที่สีลมเมื่อวานนี้(13เม.ย.) ว่า เนื่องจากพื้นที่สีลม เมื่อมีจำนวนคนหนาแน่นมาก ส่งผลทำให้คนล้นเกินแผงกั้นเข้าไปในช่อง Emergency Lane ดังนั้นการแก้ปัญหาหน้างาน จึงต้องให้หยุดกิจกรรมโดยให้คนอยู่กับที่ โดยปิดเสียงการจัดกิจกรรมทุกอย่าง

ขณะนั้นทางศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) ได้มอนิเตอร์อยู่และมีการนับจำนวนคน พร้อมกับประสานให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่พื้นที่ถนนสีลมนับจำนวนคน เมื่อทราบว่ามีประชาชนเกินจำนวนที่กำหนดไว้

“คือในช่วงเวลานั้นมีคนอยู่ในพื้นที่ถนนสีลมราว 140,000 คน จึงประสานไปยังพื้นที่ให้หยุดกิจกรรมทุกอย่างและไม่อนุญาตให้คนเข้าพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ประกาศให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเวลานั้น ไม่ให้เข้าพื้นที่ และประกาศให้หยุดกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนถนนสีลมทั้งหมด เพื่อที่จะทำการเคลียร์คนที่แน่นอยู่บนถนนออกมาด้านนอกก่อน “

รองผู้ว่าฯกทม. ระบุต่อไปว่า ใช้เวลาเคลียร์คนออกจากพื้นที่ ตามเส้นทางที่เรามอนิเตอร์จากศูนย์ BMA Command Center โดยไม่ได้ให้กลับในเส้นทางเดิม เนื่องจากอีกฝั่งของถนนก็หนาแน่นเช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถเคลียร์คนออกมาได้และจัดพื้นที่ Emergency Lane คืนให้กลับมารองรับเหตุฉุกเฉินอีกครั้ง แล้วค่อยปล่อยนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่

“หัวใจหลักในการเคลียร์คนหนาแน่นที่ถนนสีลมเมื่อวาน นอกจากเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ในพื้นที่ร่วมกันสื่อสารและเคลียร์คนแล้ว การที่ศูนย์บัญชาการฯ มองเห็นภาพรวมทั้งจุดที่ต่อเนื่องกับ BTS หรือบริเวณถนนต่อเนื่องต่างๆ ก็ทำให้แจ้งประสานไปพื้นที่ ทยอยนำคนออกได้ วิธีการแก้ปัญหาอาจจะไม่ใช่เฉพาะตรงพื้นที่นั้น แต่วิธีการแก้ปัญหาอาจจะเอื้ออำนวยจากส่วนอื่นที่เรามองเห็นจากศูนย์บัญชาการแห่งนี้ได้ด้วย”

นอกจากนี้ บนถนนสีลมยังมีพื้นที่ตัน นั่นคือ เวลาขึ้น-ลงจากรถโดยสารสาธารณะทั้ง BTS และ MRT เมื่อออกจากสถานีมาแล้ว บริเวณหัวถนนคนก็จะยืนดูกิจกรรมที่เกิดขึ้น จึงทำให้คนยืนออกันแน่น กทม.จึงได้ประสานให้มีการหยุดกิจกรรมในบางช่วงเวลาที่คนแน่นมาก เพื่อให้คนเดินได้ Flow มากขึ้น ซึ่งคนก็ให้ความร่วมมือและเมื่อหยุดกิจกรรมก็ทำให้เจ้าหน้าที่สื่อสารกับคนบริเวณดังกล่าวได้ชัดเจน

รองผู้ว่าฯกทม. ยังระบุถึงข้อดีของศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) อาคารธานีนพรัตน์ ว่า แทนที่ผู้บริหารจะกระจายตัวกันไปลงพื้นที่ตามจุดที่มีการเล่นน้ำ ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปได้ในทุกพื้นที่ แต่ตรงนี้เมื่อเรามีศูนย์ทำให้เราสามารถดูได้ทุกที่ รวมทั้งยังมีเรื่องของการนับจำนวนคนต่อความหนาแน่นของพื้นที่ เฝ้าดูว่ามีจุดไหนเสี่ยงที่จะมีการทะเลาะกัน หรือมีการลวนลามการเกิดขึ้น ก็สามารถมอนิเตอร์จากศูนย์บัญชาการนี้ได้ รวมทั้งยังมีการใช้กล้อง AI ตรวจจับใบหน้าผู้เข้าพื้นที่ และเชื่อมกับฐานข้อมูลอาชญากรรม มีการใช้มีจุดตรวจ (checkpoint) ของตำรวจ สามารถตรวจสอบประวัติบุคคลที่ผ่านเข้าออกได้แบบเรียลไทม์ พื้นที่ ซึ่งเมื่อวานสามารถจับบุคคลตามหมายจับได้2 ราย

“การมีศูนย์บัญชาการฯนี้ ทำให้เราสามารถทำงานได้ทุกที่ในเวลาเดียวกัน รวมทั้งเรายังสามารถบริหารจัดการภาพรวมด้านการจราจรในพื้นที่ ในจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ก็จะมีพื้นที่ต่อเนื่องกัน ดังนั้นการที่เรามีจอแสดงภาพมองเห็นพร้อมกันๆ มีข้อมูลมารวมที่เราทั้งหมดก็จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการเส้นทางได้ทั้งหมด เรียกว่า สามารถพร่องจราจรได้เป็นช่วงๆ ช่วยทำให้การจราจรไม่ติดขัดต่อเนื่องยาว.