เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจด ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ โดยระบุว่า

หลายคนตรวจเลือดแล้วเจอ “ไตรกลีเซอไรด์ 200” แล้วคิดว่ายังไม่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วเริ่มเข้าสู่ระดับเสี่ยงแล้ว โดยเฉพาะถ้าปล่อยให้สูงต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงทั้งตับไขมัน หลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจแบบเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว นี่คือวิธีแก้ที่ควรเริ่มทันที

1️⃣ ตัด “น้ำตาล + แป้งขัดสี” ก่อนเลย

ไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้มาจากไขมันอย่างเดียว แต่พุ่งจากน้ำตาลและแป้งขัดสีโดยตรง เช่น น้ำหวาน ชานม ขนมปังขาว ข้าวขาว เมื่อกินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมทันที ควรลดให้ชัดเจน สังเกตได้ว่าถ้าลดจริง ภายใน 2-4 สัปดาห์ ค่าจะเริ่มลง

2️⃣ จำกัดแอลกอฮอล์ “ระยะยาว” ไม่ใช่แค่งดชั่วคราว

แอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งไตรกลีเซอไรด์โดยตรง โดยเฉพาะเบียร์และเครื่องดื่มหวาน หลายคนลดได้ช่วงหนึ่งแล้วกลับมาสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ แนวทางที่ควรทำคือ “ลดให้เป็นนิสัย” เช่น ดื่มเฉพาะโอกาสพิเศษ จำกัดปริมาณ และไม่ดื่มติดกันหลายวัน หรือถ้าค่าเคยสูงมาก แนะนำให้งดระยะยาวจะดีที่สุด เพราะนอกจากช่วยคุมไตรกลีเซอไรด์แล้ว ยังลดภาระตับ ลดไขมันพอกตับ และลดการอักเสบในร่างกายได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงตรวจเลือดเท่านั้นครับ

3️⃣ เพิ่ม “ไขมันดี” แทนไขมันแย่

เลือกกินไขมันดี เช่น ปลาโอเมก้า-3 ถั่ว อะโวคาโด แทนของทอดหรือไขมันทรานส์ จะช่วยลดการอักเสบ และช่วยบาลานซ์ไขมันในเลือด สังเกตคือ อิ่มนานขึ้น หิวลดลง และค่าจะค่อย ๆ ดีขึ้นในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ทำให้ระบบหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มากขึ้น

4️⃣ ขยับร่างกายทุกวัน อย่างน้อย 30 นาที

การออกกำลังกายช่วยเผาผลาญไตรกลีเซอไรด์โดยตรง ไม่จำเป็นต้องหนัก แค่เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายเบา ๆ แต่ทำต่อเนื่อง จะช่วยลดค่าได้จริง และยังช่วยลดพุง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมไขมันสำคัญ รวมถึงช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีขึ้น และลดโอกาสไขมันสะสมเพิ่ม