เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า คาดว่าวันที่ 15 เม.ย.2569 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ จะเป็นวันที่ประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ และพื้นที่ปริมณฑลอย่างหนาแน่นที่สุด โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกด้วยการเพิ่มตู้โดยสาร และเสริมขบวนรถพิเศษอีก 4 ขบวน รองรับผู้โดยสารขากลับให้เพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ประกอบด้วย ขบวนที่ 973 กรุงเทพอภิวัฒน์-นครราชสีมา เวลาออก 09.20 น., ขบวนที่ 974 นครราชสีมา-กรุงเทพอภิวัฒน์ เวลาออก 15.10 น., ขบวนที่ 984 ยะลา-กรุงเทพอภิวัฒน์ เวลาออก 15.35 น. และขบวนที่ 6 เชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์ เวลาออก 19.35 น.

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ส่วนฝั่งรถไฟฟ้าในเขตเมือง คาดว่าจะมีคลื่นมหาชนจำนวนมากเดินทางไปร่วมสาดน้ำทิ้งทวนในวันสุดท้ายของเทศกาล โดยเฉพาะตามแลนด์มาร์คสำคัญ และจุดจัดงานใหญ่ยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็น สยามสแควร์ วันแบงค็อก ไอคอนสยาม รวมถึงสถานที่จัดงาน Water Festival ที่ยังคงเปิดพื้นที่ให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ขร. จึงได้กำชับให้ผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความหนาแน่นด้วยมาตรการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Control) โดยเฉพาะสถานีที่ใกล้พื้นที่จัดกิจกรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยและระบายผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางประจำวันที่ 14 เม.ย.2569 พบว่า โดยภาพรวมประชาชน และนักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลใช้บริการรถไฟฟ้าในเขตเมือง เพื่อร่วมงานเทศกาลอย่างล้นหลาม ขณะเดียวกันการเดินทางข้ามจังหวัดเริ่มเห็นสัดส่วนของกลุ่มคนที่ทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในวันหยุดสุดท้าย ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางระบบรางรวม 1,214,494 คน-เที่ยว สูงกว่าประมาณการ 13.42% มีรายละเอียดดังนี้ รถไฟระหว่างเมือง มีผู้ใช้บริการรวม 86,424 คน-เที่ยว ต่ำกว่าประมาณการ 3.47% และระบบรถไฟฟ้า มีผู้ใช้บริการรวม 1,128,070 คน-เที่ยว สูงกว่าประมาณการ 14.96%

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า ขร. ขอฝากความห่วงใยไปยังประชาชนที่กำลังขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างๆ ขอให้ทุกคนเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม และขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านบริเวณจุดตัดทางแยกข้ามทางรถไฟทั่วประเทศ ขอความร่วมมือให้ชะลอความเร็ว หยุดรถในระยะที่ปลอดภัยเมื่อมีสัญญาณเตือน และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ห้ามขับรถตัดหน้าขบวนรถไฟในระยะกระชั้นชิดอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น.