เมื่อพ้นช่วงหยุดยาวสงกรานต์ 2569 มาแล้ว ตลาดหุ้นไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สมรภูมิของจริง” โดยมีดัชนีที่ระดับประมาณ 1,500 จุด เป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญ
มาดูกันว่า 3 ปัจจัยหลักที่นักลงทุนต้อง “ทำการบ้าน” หลังจากนี้ต้องมีอะไรบ้าง
1. สงครามตะวันออกกลางปัจจัย “ระเบิดเวลา”
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมา “เดือด” อีกครั้งในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงต่อ
ราคาน้ำมัน จะเป็นตัวกำหนดทิศทางหุ้นกลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP) ซึ่งมีสัดส่วนใหญ่ในตลาดไทย
ค่าเงินบาท จับตากรอบ 31.70 – 32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ หากบาทอ่อนค่าแรง อาจกดดัน Fund Flow ต่างชาติให้ไหลออกชั่วคราว
2. ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส1 ปี69
หลังสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการ “พิสูจน์ฝีมือ” ของบริษัทจดทะเบียน
กลุ่มธนาคาร มักจะเริ่มประกาศงบก่อน ใครที่มีปันผลสูงและคุมหนี้เสีย (NPL) ได้ดี จะเป็นที่พักเงินชั้นเลิศ
กลุ่มบริโภค & ท่องเที่ยว คาดการณ์ผลงานโตเด่นจากอานิสงส์เทศกาลสงกรานต์ที่คึกคักเป็นพิเศษในปีนี้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่
3. กลยุทธ์การลงทุน “ถอยเพื่อเลือก” ไม่ใช่ “ไล่เพื่อคว้า”
ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง โบรกเกอร์แนะนำให้ปรับพอร์ตแบบ Selective Buy
หุ้น Defensive ควรมองหาหุ้นที่ทนทานต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มสื่อสาร (ADVANC) หรือกลุ่มโรงพยาบาล
หุ้น Stock Gain กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น เช่น อาหาร (CPF, BTG) และกลุ่มวัสดุก่อสร้างบางตัว
ฉะนั้น หุ้นหลังสงกรานต์ปี69 ไม่ใช่ช่วงเวลาของการทุ่มเงินซื้อหมดหน้าตัก แต่คือการ “เฝ้าสังเกตและรอจังหวะ” การยอมให้ดัชนีสร้างฐานที่มั่นคงเหนือ 1,500 จุด จะเป็นสัญญาณที่ปลอดภัยกว่าการรีบกระโดดเข้าใส่



