เมื่อวันที่ 15 เม.ย. บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ แม้จะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเล่นน้ำจำนวนมากกว่า 500,000 คน หลังมีการขยายระยะเวลาจัดงานจากเดิม 2 วัน เป็น 4 วัน ระหว่างวันที่ 11–14 เมษายน แต่ภาพรวมด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สะท้อนจากอัตราการเข้าพักโรงแรมที่อยู่เพียงร้อยละ 80 เท่านั้น

ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่า แม้จำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรมจะเพิ่มขึ้น แต่โครงสร้างการท่องเที่ยวของหาดใหญ่ยังคงเป็น “เมืองทางผ่าน” นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น สตูล พัทลุง และเกาะสมุย เนื่องจากหาดใหญ่ยังขาดแหล่งท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์คสำคัญที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน

ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์มีจำนวนลดลงจากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในประเทศมาเลเซียก่อนหน้า รวมถึงการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลมาเลเซียที่ขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางออกนอกประเทศ ส่งผลให้กรุ๊ปทัวร์หายไปจำนวนหนึ่ง อีกทั้งจังหวัดสงขลายังขาดการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าปัญหาดังกล่าวคลี่คลายแล้ว

นอกจากนี้ ปัญหาการผ่านแดนทางบกที่ด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ นักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาตรวจคนเข้าเมืองนาน 2–3 ชั่วโมง แม้จะมีการเพิ่มช่องตรวจพาสปอร์ตแล้ว แต่ขั้นตอนศุลกากรยังล่าช้า โดยภาคเอกชนเสนอให้พัฒนาระบบตรวจเอกสารล่วงหน้าและใช้ QR Code เพื่อลดระยะเวลาเหลือไม่เกิน 5 นาที

ด้านกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติพบว่าลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายภายในเมืองไม่คึกคักเท่าที่ควร ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมยังคงตรึงราคาห้องพัก แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ภาคการท่องเที่ยวยังแสดงความกังวลว่า หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ หาดใหญ่อาจเผชิญภาวะซบเซาหนักกว่าเดิม โดยปัจจุบันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยลดลงเหลือเพียงร้อยละ 50 ประกอบกับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่อนุมัติวงเงินต่ำกว่าความต้องการจริง

ข้อเสนอสำคัญคือการเร่งสร้างแลนด์มาร์คใหม่ เช่น การพัฒนาสวนสาธารณะหาดใหญ่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก รวมถึงการออกนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบแยกตามภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่

ขณะที่นายวิทยา ลิ่ม อดีตประธานชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดสงขลา ระบุว่า การจัดกิจกรรมหลายเวทีในตัวเมือง ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรอย่างหนัก การปิดถนนหลายจุดสร้างความไม่สะดวกในการรับส่งนักท่องเที่ยว ทำให้บางส่วนเปลี่ยนแผนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น

อีกทั้งมัคคุเทศก์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง มีไกด์เพียงร้อยละ 10 ที่ได้ทำงานในช่วงเทศกาล รวมถึงปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่พำนักในมาเลเซียบางส่วนถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ ทั้งที่ไม่มีประวัติเสี่ยง ส่งผลให้สูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ

นอกจากนี้ ระบบขนส่งทางรางยังไม่เอื้อต่อการเดินทาง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อรถไฟระหว่างปาดังเบซาร์กับหาดใหญ่ที่ไม่สอดคล้องกับตารางเดินรถของมาเลเซีย ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ภาพรวมสะท้อนว่า แม้หาดใหญ่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงเทศกาลได้ แต่ยังขาดความพร้อมในเชิงโครงสร้างและการบริหารจัดการ ส่งผลให้ไม่สามารถแปลง “ปริมาณคน” เป็น “รายได้ทางเศรษฐกิจ” ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังคงต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว.