การบริหารจัดการคนจำนวนมากในพื้นที่เล่นน้ำ กทม. จะทำอย่างไร อีกทั้งปีที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่ในพื้นที่จัดงานเท่านั้น เพราะในบางพื้นที่ที่ไม่ได้จัดงาน ประชาชนก็มุ่งหน้าไปเล่นสาดน้ำเช่นกัน จนเกิดปัญหาจราจรติดขัด เดือดร้อนคนทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการเล่นน้ำ
ก่อนงานเทศกาลสงกรานต์ กทม.โชว์ศักยภาพศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) ที่มีกล้องวงจรปิดสามารถเรียกดูสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ได้ 24 ชม. ศูนย์แห่งนี้จะช่วยบริหารจัดการ พื้นที่ไหนคนหนาแน่นเกินไป ประสานพื้นที่เข้าเคลียร์คนออก ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย ถนนเส้นไหนรถติดจากการหยุดรถเล่นน้ำ หรือ ติดต่อเนื่องจากพื้นที่จัดงาน หาเส้นทางระบายรถส่งข้อมูลตำรวจจราจรพร่องรถไปเส้นทางที่ยังโล่ง กำหนดให้เลิกเล่นน้ำในเวลา 22.00 น.

พร้อมมอนิเตอร์ถนนที่มีปัญหาจากการเล่นน้ำในปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่จัดงาน แต่ก็มีประชาชนขับขี่รถไปเล่นน้ำ ทั้งถนนโชคชัย 4 (เขตลาดพร้าว) ถนนหน้าวัดเวฬุวนารามและพื้นที่ใกล้เคียง (เขตดอนเมือง) และถนนเลียบคลองทวีวัฒนา (เขตทวีวัฒนา-เขตหนองแขม) ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดและกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้รถฉุกเฉินเข้าไปรับผู้ป่วยล่าช้าจนเกิดความสูญเสีย ส่วนตำรวจได้ออกข้อบังคับจราจรในช่วงสงกราต์ ห้ามนำรถบรรทุกน้ำเข้ามาขับขี่ เพื่อเล่นสาดน้ำและรถที่ติดตั้งเครื่องเสียง เข้าในบางถนนป้องกันจราจรติดขัด
แต่ดูเหมือนว่า “ข้อห้าม ข้อบังคับต่างๆ” ยังไม่ศักดิ์สิทธิ์พอ เพราะพบการเล่นสาดน้ำของประชาชนในปีนี้จำนวนจุดเยอะขึ้นกว่าเดิม ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยรอบ ทั้งเสียงดัง รถติด บางจุดยิ่งเจ้าหน้าที่ห้าม ประชาชนกลับยิ่งฝ่าฝืนทำผิดกฎหมาย ผิดข้อบังคับมากขึ้น แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร เมื่อตัวแปรสำคัญคือตัวคนที่เล่นสาดน้ำไม่เคารพกฎ อีกทั้งยังกระจายจุดเล่นน้ำมากขึ้น

“ชุมชนเมือง เดลินิวส์” พูดคุยกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ถึงแนวทางการแก้ปัญหาการเล่นน้ำสงกรานต์แบบดาวกระจายในพื้นที่ที่ไม่ได้มีการจัดงานเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในปีต่อๆ ไปว่า ในอดีตการเล่นน้ำสงกรานต์จะเป็นการเล่นแบบต่างคนต่างเล่นในพื้นที่ของตนเองก็เป็นลักษณะเหมือนดาวกระจาย แต่ที่ผ่านมาอาจจะมีการรวบรวมเป็นจุดเพื่อให้จัดงาน แต่ก็เชื่อว่าสุดท้ายต้องเริ่มจากจิตสำนึกของคนที่จะต้องช่วยกันดูแล ถ้ามีปัญหาก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ เรามีเทคโนโลยี อย่างทราฟฟี่ ฟองดูว์ แจ้งจุดที่มีปัญหาเข้ามาก็อาจจะทำให้คนระมัดระวังมากขึ้น
“สุดท้ายแล้วก็คงต้องช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน เจ้าหน้าที่ต้องออกพื้นที่ให้เต็มที่ ถ้ามีปัญหาให้รีบแจ้งเผื่อจะได้ลงไปช่วยตัดไฟตั้งแต่ต้นลม”

ส่วนจุดเล่นน้ำบนถนนที่ กทม.วางมาตรการไว้กลับพบยังมีการฝ่าฝืนเล่นน้ำส่งผลให้การจราจรติดขัดเช่นเดิมนั้น นายชัชชาติ กล่าวถึงการแก้ปัญหานี้ในอนาคตว่า เบื้องต้นคือเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการเต็มที่ทั้งเจ้าหน้าที่เขต เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อพฤติกรรมของคนเมื่อเล่นน้ำกันเต็มที่สนุกสนาน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่หน้างาน เกิดความยากลำบากในการแก้ปัญหาเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าจะไปประกาศยกเลิกทันทีก็อาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เล่น ดังนั้นเราจึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยการห้ามรถเข้ามาในพื้นที่เลย ยกตัวอย่าง ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา (เขตทวีวัฒนา-เขตหนองแขม) ที่ กทม.ห้ามเด็ดขาดและทำสำเร็จ คนเล่นน้ำย้ายพื้นที่เล่นแต่ส่งผลให้ไปติดในพื้นที่อื่นแทน ดังนั้นในอนาคตจะต้องมีการวางแผนต่อเนื่องและมีการปรับตัว
“เราจะต้องปลูกจิตสำนึกให้กับคนไทย เล่นได้แต่อย่าให้เกิดความเดือดร้อน ต้องเคารพสิทธิคนอื่น แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นคือคนที่มาเล่นมาจากพื้นที่อื่นขับรถเข้ามาเล่นทำให้คนในพื้นที่ เช่น ลาดพร้าว 101, อุดมสุข เดือดร้อนจากการจราจรติดขัด ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องพยายามสร้างจิตสำนึกและหามาตรการที่เข้มข้นขึ้นในแต่ละวัน”

สำหรับการลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมา กทม.พยายามปรับปรุงเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดไหนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ เราจะ Marking จุดเอาไว้แล้วรับมาปรับปรุงกายภาพให้ดีขึ้น ทั้งปรับเรื่องแสงสว่าง คันชะลอความเร็ว ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการ ปรับทางกายภาพของถนนให้ดีขึ้น อีกเรื่องที่ กทม.ดำเนินการลดอุบัติทางท้องถนนคือ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รณรงค์ให้สวมหมวกกันน็อก ให้มากขึ้นเพราะคนที่ไม่ใส่หมวกกันน็อกมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่า รวมถึงเรื่อง เมาแล้วขับที่ต้องตรวจแอลกอฮอล์ และสิ่งสำคัญอีกอย่างของการ เกิดอุบัติเหตุสำหรับรถจักรยานยนต์ นั่นคือถูกสาดน้ำใส่ขณะขับขี่ จึงต้องกำชับให้เล่นน้ำอย่างสุภาพไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น สำหรับตัวเลขอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง จึงเห็นได้ว่าหลายๆ ส่วนที่เราได้ทำไปน่าจะมาถูกทาง.





