นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดไทยช่วยไทย ผ่านช่องทางออนไลน์และนำส่งสินค้าโดยพนักงานเดลิเวอรีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ และอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนให้เข้าถึงสินค้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดได้นำสินค้าไทยช่วยไทยที่เป็นสินค้าเฮาส์แบรนด์จาก 3 โมเดิร์นเทรดชื่อดัง ได้แก่ ท็อปส์, บิ๊กซี และโลตัส  เข้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง เช่น ช้อปปี้, ลาซาด้า และติ๊กต็อก

ทั้งนี้ มีสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันวางจำหน่าย เช่น สินค้าอุปโภค สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และ สินค้าบริโภค  ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง มาจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20-50% พร้อมกันนี้ ยังนำส่งสินค้าไทยช่วยไทยผ่านระบบเดลิเวอรีจากแกร็บ และไลน์แมน เพื่ออำนวยความสะดวก ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน  

“ความพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และนำส่งผ่านระบบเดลิเวอรี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ คือ ส่งสินค้าไทยช่วยไทยฟรีในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร และมอบคูปองส่วนลดพิเศษแก่ผู้สั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ในรูปแบบ ลดแล้ว..ลดอีก ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มที่”

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเอาใจขาช้อปที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และผู้ที่ไม่มีเวลาไปซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ห้างโมเดิร์นเทรดหรือห้างค้าส่งค้าปลีก ซึ่งเป็นการกระตุ้นการรับรู้และสร้างทางเลือกการเข้าถึงสินค้าไทยช่วยไทยที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยให้ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนในส่วนภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งขณะนี้กรมอยู่ระหว่างนำปัญหาอุปสรรค ข้อดี-ข้อด้อย จากการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านทุกๆ ช่องทาง มาทำการวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง และนำข้อเสนอแนะทั้งจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และนำไปต่อยอดการให้บริการของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป