สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า จอร์เจียวา กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าว ระหว่างการประชุมช่วงฤดูใบไม้ผลิของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ในกรุงวอชิงตัน ว่าทุกฝ่ายต้องเตรียมรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากข้างหน้า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อไป

อนึ่ง การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลเตหะรานตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญสำหรับน้ำมันและปุ๋ย โดยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ราคาพลังงานก็พุ่งสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีเศรษฐกิจเปราะบาง และประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคนี้

“เรามีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อราคาอาหาร หากการส่งมอบปุ๋ยในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้” จอร์เจียวา กล่าวเพิ่มเติม

แม้ประเทศต่าง ๆ พยายามจำกัดผลกระทบจากราคาสินค้าต่อประชาชน แต่จอร์เจียวาเรียกร้องให้ธนาคารกลางหลายแห่ง “รอดูสถานการณ์” ก่อนที่จะปรับอัตราดอกเบี้ย หากสามารถทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ประชาชนมีความคาดหวังที่ “มั่นคง” ว่าทางการสามารถควบคุมภาวะเงินเฟ้อได้

อย่างไรก็ตาม จอร์เจียวายอมรับว่า ประเทศที่ธนาคารกลางขาดความน่าเชื่อถือ อาจจำเป็นต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนกว่านี้ และสำหรับตอนนี้ มันยังคงเป็นช่วงเวลาที่การยุติความขัดแย้งอย่างรวดเร็วนั้นเป็นไปได้.

เครดิตภาพ : REUTERS