สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันอาจไม่ต่อเวลาข้อตกลงการค้าไตรภาคี สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (ยูเอสเอ็มซีเอ) โดยให้เหตุผลว่า “สหรัฐไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งใดที่แคนาดามี และสหรัฐไม่ต้องการอะไรจากเม็กซิโกทั้งนั้น แต่พวกเขากลับต้องการทุกสิ่งทุกอย่างที่สหรัฐมี ดังนั้นทั้งสองประเทศต้องปฏิบัติกับสหรัฐให้ดีกว่านี้”
อนึ่ง สหรัฐและเม็กซิโกมีกำหนดจัดการเจรจาร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง ณ กรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 16-17 มิ.ย. นี้ โดยจะมุ่งเน้นประเด็นด้านการเกษตรและการสร้าง “สนามแข่งขันที่เท่าเทียม” ทางการค้า ส่วนการเจรจารอบที่สาม มีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงเม็กซิโกซิตี ประมาณปลายเดือน ก.ค.
Reporter: How confident are you that you'll be able to renew the USMCA and what more do you expect from Canada?
— Acyn (@Acyn) June 10, 2026
Trump: I’m not looking to renew it. We don't need anything that Canada has. We don't need anything that Mexico has, but they need everything that we have. We don't… pic.twitter.com/FwtLZTEtj5
สำหรับยูเอสเอ็มซีเอ เป็นข้อตกลงการค้าไตรภาคีที่มีผลบังคับใช้มาแล้ว 6 ปี มีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบเศรษฐกิจอเมริกาเหนือที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด และรองรับมูลค่าการค้าระหว่างสามประเทศเกือบ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 52.69 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 สหรัฐขาดดุลการค้าสินค้ากับแคนาดา 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.51 ล้านล้านบาท) และขาดดุลกับเม็กซิโก 197,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.48 ล้านล้านบาท) โดยเม็กซิโกเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2566 จากการที่ประมาณ 80% ของสินค้าส่งออกจากเม็กซิโกมุ่งหน้าสู่ตลาดสหรัฐ
ขณะที่เกือบ 70% ของสินค้าส่งออกจากแคนาดาส่งไปยังสหรัฐ ส่วนเม็กซิโกและแคนาดา รวมกันนำเข้าสินค้าส่งออกของสหรัฐเกือบหนึ่งในสามของทั้งหมด.
เครดิตภาพ: REUTERS



