นายเจมส์ ถัน Head of AI, Huawei Cloud APAC เปิดเผยว่า หัวเว่ย คลาวด์ เปิดตัวบริการ Model as a Service (MaaS) อย่างเป็นทางการในไทย ภายในงาน Huawei Cloud Thailand AI Boost Day 2026 และเปิดตัว Agentic AI ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่กำลังพลิกโฉมขอบเขตของการใช้งาน AI จากระบบที่ทำงานแบบตอบสนองคำสั่ง (passive response) ไปสู่ระบบอัจฉริยะ (intelligent agents) ที่สามารถวางแผนเชิงรุกและดำเนินงานที่ซับซ้อนได้อย่างอัตโนมัติ

สำหรับ MaaS ของหัวเว่ย คลาวด์ ครอบคลุมโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models), การเขียนโค้ด และแอปพลิเคชันแบบมัลติโมดัล (Multimodal) ด้วยการพัฒนาขึ้นเองเฉพาะของหัวเว่ย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดระยะเวลาการตอบสนอง และเสริมความเสถียร 

ขณะเดียวกันยังรองรับโมเดลชั้นนำของอุตสาหกรรมในรูปแบบบริการแบบ Token เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานแบบ token-based ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ โดยปัจจุบันมีองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเริ่มนำไปใช้งานแล้ว

MaaS ยังรองรับโมเดล GLM-5 ที่เปิดตัวล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพระดับแนวหน้าด้านการเขียน Coding และ Agent Capabilityในกลุ่มโมเดลโอเพ่นซอร์ส โดยมีจุดเด่นในการจัดการงานที่มีความซับซ้อนสูงและงานที่ต้องใช้บริบทระยะยาว GLM-5 จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนา AI Agent แบบอเนกประสงค์ในระดับองค์กร

ส่วน Agentic AI กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของระบบ AI จากเครื่องมือที่ตอบสนองคำสั่ง ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่น ขยายตัวได้สูงและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

นายสุรศักดิ์ สนิทวัฒน์พิบูลย์ CTO ธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวว่า หัวเว่ย คลาวด์ ได้พัฒนาโครงสร้าง AI แบบ full-stack อย่างครบวงจร โดยยึดแนวคิดหลักของ Agentic AI เป็นศูนย์กลาง ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI โมเดลขนาดใหญ่และเครื่องมือ (toolchains) รวมถึงแพลตฟอร์มเอเจนต์อัจฉริยะ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนกับองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอัจฉริยะ

นอกจากนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังมีโซลูชัน AI แบบครบวงจร ได้แก่

-CloudMatrix AI Infra: โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ประสิทธิภาพสูง ที่ผสานทรัพยากรหลากหลายสถาปัตยกรรม รองรับการขยายตัว (elasticity) และการจัดการงาน training และ inference ได้อย่างยืดหยุ่น

-ModelArts: แพลตฟอร์มพัฒนา AI แบบ full-stack ที่เปิดกว้างและใช้งานง่าย รองรับทั้งโมเดลของ Huawei และจากผู้พัฒนาภายนอก ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรรมข้อมูล การฝึกโมเดล การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ไปจนถึงการใช้งานโมเดล ช่วยลดความซับซ้อนและให้ลูกค้ามุ่งเน้นที่นวัตกรรม

-CodeArts: แพลตฟอร์มที่ผสานโมเดลด้านโค้ด IDE และคลังโค้ด ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างโค้ด การตอบคำถามด้าน R&D การสร้าง test case การดีบัก การอธิบาย และการปรับปรุงโค้ด โดยใช้แกนบริการภาษาที่พัฒนาโดย Huawei และเทคโนโลยี context augmentation ระดับวิศวกรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนโค้ดได้ 30% ลดการใช้ token ลง 30% และมีอัตราการยอมรับโค้ดสูงถึง 80% ส่งผลให้ประสิทธิภาพงานวิจัยและพัฒนาในองค์กรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

• AgentArts: แพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับการพัฒนา การดำเนินการ และดูแล agent โดยรองรับทั้งการพัฒนาแบบ low-code และ high-code ช่วยลดเวลาการพัฒนาจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมสถาปัตยกรรมแบบ serverless ที่มีความเสถียรสูงและขยายตัวได้รวดเร็วในระดับมิลลิวินาที รวมถึงรองรับการประเมินผลอัตโนมัติและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องผ่าน framework ของ reinforcement learning

ทั้งนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังเผยว่า CodeArts และ AgentArts ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเอเจนต์ระดับอัจฉริยะ จะพร้อมเปิดให้บริการในตลาดต่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมคลาวด์และ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนองค์กรด้วยโซลูชันที่มีคสามยืดหยุ่น ปลอดภัยและเชื่อถือได้  รองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI