สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 อีกครั้ง ว่าโดยส่วนตัวเขา “ไม่ได้มีความขัดแย้ง” อะไรกับพระองค์ แม้เพิ่งวิจารณ์พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 อย่างรุนแรงว่า “ขี้ขลาดและอ่อนแอ”
.@POTUS: "I want him to preach the Gospel. I'm all about the Gospel — but I also know that you cannot let a certain country, which is a very mean-spirited country, have a nuclear weapon. If they did, they would use it." https://t.co/LqyWHgPtN7 pic.twitter.com/TYMyF0VKXX
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 16, 2026
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 “ทรงต้องเข้าใจ” ว่าอิหร่านสังหารผู้คนไปมากกว่า 42,000 รายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และผู้คนเหล่านั้นคือผู้ประท้วงที่ไม่มีอาวุธ “นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง และเป็นโลกที่โหดร้าย”
Pope Leo XIV:
— Clash Report (@clashreport) April 16, 2026
Jesus told us, “Blessed are the peacemakers,” but woe to those who manipulate religion in the very name of God for their own military, economic, or political gain, dragging that which is sacred into darkness and filth. pic.twitter.com/zMcyZVrPl2
Pope Leo XIV:
— Clash Report (@clashreport) April 16, 2026
The world is being ravaged by a handful of tyrants. pic.twitter.com/WO22NpeO8n
การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งทรงอยู่ระหว่างการเสด็จเยือนแคเมอรูน ประทานพระคติธรรมให้แก่ประชาชนซึ่งมาเข้าเฝ้าที่เมืองบาเมนดา ว่า “วิบัติจงมีแก่ผู้ที่ปั้นแต่งศาสนาและพระนามของพระเจ้า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองของตนเอง จนเป็นการลากจูงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปสู่ความมืดมิดและความโสมม”
นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า “โลกกำลังถูกทำลายล้างโดยทรราชเพียงหยิบมือเดียว แต่โลกก็ยังคงดำรงอยู่ได้ ด้วยพี่น้องชายหญิงจำนวนมหาศาลที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน”.
เครดิตภาพ : AFP



