มาแล้วค่าแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกท่าน วนมาเจอกันเป็นประจำทุกสัปดาห์กับพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop K-Drama เหล่านักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตความเคลื่อนไหวแบบจัดเต็มพิเศษเพื่อทุกคนผ่านคอลัมน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง “SeoulStation” โดยสัปดาห์นี้นูน่าจะพามาพูดถึงควันหลงเทศกาล “สงกรานต์” ประจำปี 2026 ณ จังหวัดพะเยา ที่ปีนี้จัดขึ้นบริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา โดยใช้ชื่อว่า “Bubble Wave Phayao Songkran Fest 2026” ซึ่งไฮไลต์ที่สะกดทุกสายตา และเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียล คือการปรากฏตัวของ “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ “แบมแบม” (BamBam) ศิลปินระดับโลกชาวไทย และสมาชิกวง GOT7 ที่เดินทางมามอบความสุขให้กับชาวพะเยาและเหล่า “อากาเซ่” (ชื่อแฟนคลับ) อย่างใกล้ชิดบนเวทีริมกว๊านพะเยา ซึ่งถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ใหม่ของจังหวัดพะเยาในการยกระดับงานประเพณีท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ

โดยแบมแบมได้มอบโชว์สุดพิเศษที่สะกดผู้ชมท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นลานพ่อขุนฯ นอกจากความสนุกแล้ว การตัดสินใจมาร่วมงานที่จังหวัดพะเยาครั้งนี้ยังสะท้อนถึงศักยภาพของเมืองรองที่สามารถรองรับกิจกรรมระดับโลกได้ ซึ่งส่งผลให้โรงแรมและที่พักในจังหวัดพะเยาถูกจับจองจนเต็มทุกแห่ง รวมถึงส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นตลอดช่วงเทศกาล ซึ่งบอกได้เลยว่าในยุคที่การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงการช่วงชิง “พื้นที่ในใจ” ของประชากรโลกผ่านวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า “Soft Power” ประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งนั่นคือ “แบมแบม” ศิลปินผู้สร้างปรากฏการณ์ทุกครั้งที่ปรากฏตัว แต่สิ่งที่เหนือกว่าชื่อเสียงและฐานแฟนคลับ คือ “DNA ความเป็นไทย” ที่เข้มข้นอยู่ในตัวเขา แบมแบมไม่ได้เพียงแค่เกิดและเติบโตในไทย แต่เขาได้นำเอา “หัวใจของความเป็นไทย” ไปฝังลงในทุกผลงานระดับโลกที่เขาสร้างสรรค์

บทความนี้จะพาไปสำรวจเส้นทางของแบมแบม ในฐานะเสาหลักผู้นำเสนอความเป็นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีหมุดหมายสำคัญคือปรากฏการณ์สงกรานต์พะเยา 2569 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หรือเขาจะก้าวไปไกลเพียงใด “บ้าน” ยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของหัวใจเขาเสมอ

ความยิ่งใหญ่ของงาน Bubble Wave Phayao Songkran Fest 2026 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา คือบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ถึงอำนาจละมุนของศิลปินระดับโลกที่ชื่อแบมแบม การตัดสินใจเลือกมางานที่จังหวัดพะเยา ซึ่งถือเป็นจังหวัดเมืองรองในภาคเหนือ คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า “ความสวยงามของไทยไม่ได้มีแค่ในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่” โดยการปรากฏตัวของแบมแบมไม่ได้เป็นเพียงการแสดงคอนเสิร์ต แต่มันคือการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาค เริ่มต้นจากโรงแรมและโฮมสเตย์ในจังหวัดพะเยาถูกจองเต็มล่วงหน้าหลายเดือน กระแสการเดินทางลามไปถึงจังหวัดใกล้เคียง พ่อค้าแม่ค้าอาหารพื้นเมือง และรถรับจ้างสาธารณะต่างได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา รวมถึงคลิปวิดีโอที่แบมแบมเล่นน้ำสงกรานต์ร่วมกับแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง ถูกแชร์ไปทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทำให้พะเยาถูกปักหมุดในฐานะแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวใหม่ที่คนทั่วโลกอยากมาเยือน

แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่ทำให้แบมแบมกลายเป็น “เสาหลักพรีเซนต์ไทย” ที่มั่นคงที่สุด คือการที่เขาไม่ได้ “พยายาม” จะพรีเซนต์ แต่มันคือ “ตัวตน” ที่เขาเป็นโดยธรรมชาติ เริ่มต้นที่ “กิริยามารยาทและการไหว้ที่เป็นสากล” ในทุกงานประกาศรางวัลระดับโลก แฟนคลับทั่วโลกจดจำภาพศิลปินระดับโลกที่ก้มไหว้ขอบคุณทุกคนอย่างสวยงามและอ่อนน้อม แบมแบมเปลี่ยนการไหว้จากท่าทางประเพณี ให้กลายเป็น “ภาษาสากลแห่งการให้เกียรติ” เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าความอ่อนน้อมแบบไทยคือเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกยอมรับและเอ็นดู ต่อด้วย “ภาษามรดกที่คงอยู่เสมอ” แม้จะทำงานในต่างประเทศเป็นหลัก แต่แบมแบมมักจะสอดแทรกคำศัพท์ไทย หรือแม้แต่ภาษาท้องถิ่นในรายการวาไรตี้หรือการไลฟ์สดเสมอ เขาทำให้ภาษาไทยกลายเป็นภาษาที่มีเสน่ห์ที่แฟนคลับนานาชาติอยากเรียนรู้เพื่อที่จะสื่อสารกับเขา นี่คือการขยายขอบเขตของภาษาไทยให้กลายเป็น “Global Language” ในกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลก และการที่แบมแบมเป็น “ผู้นำเทรนด์การบริโภคสินค้าไทย” ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำอาหารไทยอย่าง “ส้มตำปลาร้า” ไปจนถึงการใส่ “กางเกงช้าง” สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการใช้ชีวิตประจำวัน แต่มันคือ “ยุทธศาสตร์การตลาดโดยธรรมชาติ” ที่ช่วยขับเคลื่อนสินค้าไทยให้กลายเป็นของต้องมีในระดับอินเตอร์

นอกจากนี้แบมแบมไม่ได้เป็นศิลปินประเภทที่มาประเทศไทยเฉพาะเวลาที่มีงานจ้าง แต่เขาทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคประชาสังคมเพื่อพรีเซนต์ความเป็นไทยอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยเมื่อปลายปี 2024 ได้ร่วมงาน “Amazing Thailand Countdown 2025” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานพันธมิตร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในช่วงเทศกาลสำคัญ งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2024 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ (หอคำหลวง) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมล้านนาและมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของจังหวัด

ต่อด้วยปี 2025 แบมแบมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการรับบทบาทสำคัญในการเป็น “ทูตวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นการจับมือระหว่าง กระทรวงวัฒนธรรม และ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ซึ่งแบมแบมได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด “คุณค่าและสาระของวันสงกรานต์” ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ที่ออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเยาวชนและชาวต่างชาติ โดยเน้นย้ำว่าสงกรานต์คือช่วงเวลาแห่งความกตัญญู และความสามัคคี ซึ่งเป็นมิติที่ลึกซึ้งกว่าภาพจำของการสาดน้ำที่ชาวโลกคุ้นเคย

ตามด้วยการเป็น “พรีเซนเตอร์หลัก SEA Games 2025” (กรุงเทพฯ-ชลบุรี-สงขลา) ซึ่งเป็นการย้ำเตือนภาพลักษณ์ไทยที่เป็น “บ้านของกีฬาและมิตรภาพ” โชว์ของแบมแบมในฐานะ Lead Ambassador ของการแข่งขันในพิธีเปิด ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน สะท้อนพลังของ Soft Power ไทยผ่านเสียงเพลงและการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ไฮไลท์สำคัญคือการเลือกใช้เพลง “WHEELS UP” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการทะยานไปข้างหน้าและการคว้าชัยชนะ มาเป็นสื่อกลางในการปลุกใจนักกีฬาและกองเชียร์ทั่วทั้งอาเซียน เสียงร้องและแร็ปที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาสามารถสะกดสายตาทุกคู่ไว้ได้อยู่หมัด

และโปรเจกต์อย่างอัลบั้ม “HOMETOWN” และการทัวร์คอนเสิร์ตในไทย การใช้ชื่ออัลบั้มที่แปลว่า “บ้านเกิด” และการจัดงานคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ คือการประกาศว่าฐานที่มั่นที่สำคัญที่สุดของเขาคือประเทศไทย เขาใช้ทรัพยากรบุคคลไทย ทั้งทีมงาน แดนเซอร์ และดีไซเนอร์ มาร่วมสร้างงานศิลปะระดับสากล เพื่อแสดงให้เห็นว่าฝีมือคนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในโลก

บทบาทของแบมแบมในฐานะเสาหลักทางวัฒนธรรม ยังทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศ” ให้กับเยาวชนไทยที่มีความฝัน เขาทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า การรักษาตัวตนความเป็นไทยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการก้าวไปสู่ความสำเร็จระดับโลก ในทางกลับกัน เอกลักษณ์ที่แตกต่างนี่เองที่เป็น “ไม้ตาย” ในการก้าวข้ามขีดจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรม ในเชิงจิตวิทยา แบมแบมช่วยสร้าง “National Self-Esteem” หรือ “ความภูมิใจในตัวตนของคนไทย” ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง เด็กไทยในวันนี้ไม่ได้อยากจะเป็นเหมือนดาราต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่อยากจะเป็นเหมือนแบมแบม ศิลปินระดับโลกที่ภูมิใจในการกินส้มตำ ภูมิใจในการไหว้ และภูมิใจในภาษาพ่อแม่ นี่คือการสร้าง Soft Power จากภายในที่ยั่งยืนที่สุด เพราะมันเริ่มต้นจากความภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง

คาดว่าในอนาคตก้าวต่อไปของแบมแบมในฐานะเสาหลักวัฒนธรรมไทย สมารถยกระดับ “ภูมิปัญญาไทย” ให้กลายเป็น “แบรนด์ระดับโลก” มากขึ้น เราอาจจะเห็นแบมแบมเข้าไปมีบทบาทในการร่วมออกแบบสินค้าแฟชั่นไทย หรือการนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงลึก รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ร่วมกับภาครัฐในฐานะที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้นงาน Bubble Wave Phayao Songkran Fest 2026 จึงไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุดของกิจกรรม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่พะเยาและเมืองรองอื่นๆ จะได้รับความสนใจในฐานะพื้นที่แห่งความสุขและความสร้างสรรค์ โดยมีชื่อของแบมแบมเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความเป็นสากล

กล่าวได้ว่า “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของคำว่าศิลปินผู้มีความกตัญญูและมีความรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมของตนเอง เขาไม่ได้มองว่าความเป็นไทยคือ “ภาระ” หรือ “หน้าที่” ที่ต้องทำตามใบสั่ง แต่เขามองว่ามันคือ “พรสวรรค์” และ “ของขวัญ” ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด จากเด็กชายที่กล้าเดินตามฝันที่ประเทศเกาหลีใต้ สู่การเป็นศิลปินระดับโลกที่ก้มลงกราบแผ่นดินเกิด แบมแบมได้พิสูจน์แล้วว่า “DNA สายเลือดไทย” คือความแข็งแกร่งที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ เขาคือเสาหลักพรีเซนต์วัฒนธรรมไทยที่จะยังคงทำหน้าที่ส่งต่อความสุข ความภาคภูมิใจ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้ไหลเวียนอยู่ในกระแสหลักของโลกอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย!.


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”