นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) และกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เร่งผลักดันกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง 77 ฉบับ และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม 20 ฉบับ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บัตร EMV Contactless ใบเดียวในการเชื่อมต่อการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งระบบราง รถเมล์ และเรือ ได้อย่างสะดวกไร้รอยต่อ โดยตั้งเป้าหมายจะเริ่มกับรถไฟฟ้าทุกสาย 40 บาทตลอดวัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ต้องเร่งผลักดันการจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อให้การถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เป็นผู้บริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสาย เพื่อให้เป็นเอกภาพ โดยต้องเร่งเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา จากนั้นจึงจะสามารถไปเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เพื่อซื้อคืนรถไฟฟ้า และดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันต่อไป อย่างไรก็ตามประมาณเดือน พ.ค.2569 จะเริ่มเชิญผู้ประกอบการรถไฟฟ้าสายต่างๆ อาทิ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มาหารือเกี่ยวกับซื้อคืนรถไฟฟ้า รวมทั้งต้องเร่งให้ได้ข้อสรุปว่ามาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน จะจัดเก็บเป็นโซนพื้นที่ หรือโซนเวลา

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดี ขร. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่งทางราง วันที่ 23 เม.ย.2569 จะมีการเสนอกฎหมายลูกบางฉบับ ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลย อาทิ ขยายเกณฑ์จำกัดส่วนสูงจากเดิม 90 เซนติเมตร เป็น 120 เซนติเมตร ใช้บริการรถไฟฟ้าฟรี เป็นต้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นโซน ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า มาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน จะดำเนินการจัดเก็บค่าโดยสารแบบตามระยะเวลาการเดินทาง (Time Zone) โดยกำหนดว่า หากเดินทางไม่เกิน 40 นาทีจะจัดเก็บค่าโดยสาร 40 บาท แต่หากเกินจาก 40 นาที จะเก็บค่าโดยสารเพิ่ม 20 บาท หรือคิดเป็นเหมาจ่ายรวม 60 ตลอดวัน สามารถเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารเดินทางระยะสั้น 2-3 สถานี ค่าโดยสารไม่ถึง 40 บาท ก็จะจ่ายค่าโดยสารตามจริง ทั้งนี้จะมีการปรับค่าโดยสารทุกปีๆ ละ 5 บาท เพื่อลดการใช้เงินอุดหนุนจากภาครัฐ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า การจัดทำมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาท จะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีการซื้อคืนสัมปทานจากเอกชนกลับมาเป็นของรัฐ และแก้สัญญาสัมปทานจากรถไฟฟ้า PPP Net Cost ที่เอกชนได้รับสิทธิในการลงทุน ระบบเดินรถ และให้บริการเดินรถ พร้อมทั้งเป็นผู้จัดเก็บรายได้ ปรับเป็นสัญญา PPP Gross Cost โดยรัฐรับความเสี่ยงด้านรายได้จากค่าโดยสารทั้งหมด รวมถึงการว่าจ้างเอกชนเป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมได้ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และสัญญา O&M ภายใต้สัมปทานรถไฟฟ้าทุกสาย วงเงินรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท