เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 ความคืบหน้ากรณีข่าวของ “มิโน” (Mino) หรือ “ซงมินโฮ” (Song Min-ho) สมาชิกวงไอดอลชื่อดัง WINNER ซึ่งถูกฟ้องร้องในคดีละเมิดกฎหมายการเกณฑ์ทหาร ล่าสุดศาลได้เปิดการพิจารณาคดีนัดแรก โดยฝ่ายอัยการได้ยื่นเรียกร้องบทลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ขณะที่มิโนได้ออกมายอมรับความผิดทั้งหมด พร้อมระบุถึงปัญหาสุขภาพจิตและกายที่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ และขอโอกาสจากศาลเพื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์

รายละเอียดการพิจารณาคดี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 เมษายน 2026 ศาลแขวงตะวันตกกรุงโซล (ผู้พิพากษา ซองจุนกยู) ได้จัดการพิจารณาคดีนัดแรกสำหรับจำเลยคือ มิโน และนายอี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดูแลการปฏิบัติหน้าที่ โดยการพิจารณาคดีครั้งนี้เดิมมีกำหนดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ได้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องขอเปลี่ยนวันนัดหมาย
ข้อกล่าวหาจากอัยการ อัยการได้ระบุในคำฟ้องว่า มิโนกระทำการปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสมในฐานะเจ้าหน้าที่บริการสังคม ณ ศูนย์จัดการสิ่งอำนวยความสะดวกเขตมาโพ และศูนย์อำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนเขตมาโพ ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม 2023 ถึงเดือนธันวาคม 2024 โดยพฤติการณ์คือไม่ยอมไปทำงานตามกำหนด และในวันที่เดินทางไปทำงาน ก็มักใช้เวลาสั้นๆ ไปกับการนอนเล่นเกมแล้วกลับบ้านก่อนเวลา

นอกจากนี้ อัยการยังระบุในคำฟ้องว่า มิโนได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่ได้รับอนุญาตสูงถึง 102 วัน จากระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด 1 ปี 9 เดือน (วันทำงานจริงประมาณ 430 วัน) ซึ่งหากอ้างอิงตามข้อกล่าวหา เท่ากับว่าจำเลยได้ละทิ้งหน้าที่ไปคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของระยะเวลาทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ อัยการจึงแถลงว่า “ดูเหมือนว่าจำเลยจะขาดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเวลานาน และไม่ได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่จริง” จึงเรียกร้องบทลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน
ทนายความของมิโนกล่าวต่อศาลว่า “มิโนยอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมด และรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางทหารซึ่งเป็นหน้าที่ของชายหนุ่มชาวเกาหลีได้ พร้อมขอให้ศาลพิจารณาถึงสถานการณ์ของจำเลยอย่างลึกซึ้งในการกำหนดบทลงโทษ”

ทนายความยังได้อธิบายถึงสาเหตุที่นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดว่า “ในช่วงเวลาดังกล่าว จำเลยประสบปัญหาทางจิต ทั้งโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) และโรคตื่นตระหนก (Panic Disorder) อีกทั้งยังมีอาการกระดูกคอแตกทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานทางร่างกาย อย่างไรก็ตาม มิโนได้ให้ความร่วมมือในกระบวนการสอบสวนด้วยการส่งมอบหลักฐานที่อาจเป็นผลเสียต่อตนเองโดยสมัครใจ และไม่พยายามหลีกเลี่ยงความผิดพลาดของตน” พร้อมทั้งย้ำคำร้องขอความเมตตาเพื่อให้โอกาสมิโนได้กลับไปรับใช้ชาติอีกครั้ง
ในคำแถลงการณ์ทิ้งท้ายต่อหน้าศาล มิโนได้กล่าวขอโทษด้วยความสำนึกผิดว่า “เรียนท่านผู้พิพากษาที่เคารพ และทุกคนที่อยู่ที่นี่ ผมอยากจะขอโทษอย่างสุดซึ้งครับ ในฐานะชายหนุ่มชาวเกาหลี ผมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศจนสำเร็จได้ ผมป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้วและโรคตื่นตระหนก ซึ่งผมทราบดีว่าอาการป่วยนี้ไม่ควรนำมาใช้เป็นข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวใดๆ”

เขากล่าวต่อว่า “ในฐานะคนที่ได้รับความรักจากผู้คนมากมาย ผมเสียใจอย่างยิ่งที่แสดงภาพลักษณ์ที่น่าละอายและไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี ผมเสียใจอย่างมากกับการตัดสินใจที่โง่เขลาของตัวเอง ปัจจุบันผมกำลังเข้ารับการรักษาอย่างเต็มที่ และหากได้รับโอกาสให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง ผมจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์จนจบสิ้นครับ ผมต้องขอโทษอีกครั้งจริงๆ”
ทั้งนี้ มิโนได้ก้มศีรษะแสดงความเสียใจต่อหน้าศาลตลอดการพิจารณาคดี โดยคดีนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของศิลปินหนุ่มต่อหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองชายของเกาหลีใต้ที่ต้องได้รับการติดตามผลการตัดสินจากศาลต่อไป..



