โรงพยาบาลเกาะเต่า สุราษฎร์ธานี ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก แต่บุคลากรทางการแพทย์มีอย่างจำกัด โดยเฉพาะนักรังสีการแพทย์ปฏิบัติการ ที่มีอยู่เพียง 1 คนถ้วน โรงพยาบาลเกาะเต่าได้นำ นวัตกรรม AI Chest X-ray ที่ถูกนำมาใช้จริงในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต้นแบบหน่วยบริการใช้นวัตกรรมคนไทย

นายแพทย์อาทิตย์ คำจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะเต่า กล่าวว่า ตอนแรกที่เริ่มสนใจใช้เทคโนโลยีนี้ เหตุผลหนึ่งคือ “มีการเปิดให้ทดลองใช้ฟรี” เลยเปิดใจลองดูก็พบว่าใช้งานค่อนข้างง่าย เหมือนมีผู้ช่วยนักรังสีวิทยามาช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ มีความแม่นยำในเกณฑ์สูง โดยมีค่า Sensitivity ประมาณ 92% Specificity 98% และมีค่าการทำนายผลลบ (Negative Predictive Value: NPV) สูงถึง 98.6% ซึ่งหมายความว่าหากระบบวินิจฉัยว่า “ปกติ” โอกาสที่จะเป็นผลปกติจริงนั้นมีสูงมาก ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการคัดกรองได้เป็นอย่างดี

หลังจากนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการอ่านภาพเอกซเรย์ ช่วยให้การวินิจฉัยทำได้เร็วขึ้นมาก และช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้พอสมควร มองได้ 2 รูปแบบ คือการดูแลแบบ One-to-One และ One-to-Many ในรูปแบบ One-to-One หรือการดูแลคนไข้รายบุคคล เมื่อมีการเอกซเรย์ สามารถใช้ AI ช่วยคัดกรองผลเบื้องต้นได้ มีความแม่นยำสูงพอสมควร ส่งผลให้คนไข้ทราบผลไวและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที ในส่วนกรณี One-to-Many เช่น การตรวจสุขภาพกลุ่มใหญ่ อย่างการตรวจแรงงานต่างด้าว เนื่องจากเกาะเต่ามีแรงงานจำนวนมาก (บางปีสูงถึง 4,000–5,000 คน) หากให้แพทย์อ่านภาพเอกซเรย์ทั้งหมดด้วยตนเองจะเป็นภาระงานที่หนักมาก AI จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยคัดกรองเคสจำนวนมหาศาลนี้

นายแพทย์อาทิตย์เล่าว่า ในช่วงเริ่มต้นได้ทดลองใช้ในพื้นที่นำร่องที่สมุย พังงา และเกาะเต่า ซึ่งพบว่าตัวระบบใช้งานง่ายและเปรียบเสมือนมีผู้ช่วยรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ AI สามารถตรวจจับความผิดปกติขนาดเล็กที่อาจรอดพ้นสายตาของมนุษย์ เช่น จุดเล็ก ๆ ในปอด พร้อมทั้งช่วยไฮไลต์ตำแหน่งที่สงสัยเพื่อให้แพทย์ตรวจสอบซ้ำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้ ระบบจะสามารถวิเคราะห์ภาพเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้การคัดกรองกลุ่มผู้ที่มีผลปกติเป็นไปได้อย่างทันท่วงที ส่วนกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติอาจเหลือเพียงไม่กี่ราย เช่น 10 รายที่ต้องให้แพทย์วินิจฉัยรายละเอียดเพิ่มเติม วิธีนี้นับว่าช่วยลดภาระงานของแพทย์ได้มหาศาลและลดระยะเวลาการรอคอยผลของคนไข้ อย่างไรก็ตาม AI เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนเท่านั้น หากระบบตรวจพบความเสี่ยงหรือความผิดปกติ แพทย์ยังคงต้องเป็นผู้ตรวจสอบและวิเคราะห์ผลซ้ำอีกครั้ง เพื่อความถูกต้องแม่นยำที่สุด

ปัจจุบันระบบ AI สามารถคัดกรองความผิดปกติจากภาพเอกซเรย์ปอดได้ครอบคลุมถึง 8 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ วัณโรค ภาวะปอดแฟบ ก้อนในปอด ภาวะหัวใจโต ก้อนเนื้อ น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด และเงาทึบในปอด โดยระบบจะช่วยระบุแนวโน้มของโรคที่พบ เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลไปประกอบการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“หากโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณปีละ 300,000 บาท มองว่าเป็นระดับที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แต่ปัจจัยสำคัญช่วยตัดสินใจเกิดจากการได้ทดลองใช้ หากไม่ได้ทดลองใช้คงไม่เปิดใจและอาจปฏิเสธไปตั้งแต่ต้น แต่พอได้ลองใช้งานจริงจนเห็นประโยชน์ที่ชัดเจน ต้องบอกว่าประทับใจและมั่นใจในตัวเทคโนโลยีนี้มาก”นายแพทย์อาทิตย์ คำจันทร์ กล่าว

พรรณฌิมาร์ ไพรัตน์ นักรังสีการแพทย์ปฏิบัติการ โรงพยาบาลเกาะเต่า กล่าวเสริมว่า การนำนวัตกรรม AI เข้ามาช่วยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ดีขึ้นมาก ประการแรกคือ ช่วยให้คัดกรองผู้ป่วยทำได้รวดเร็วก่อนที่จะพบแพทย์ เมื่อคนไข้มาถ่ายเอกซเรย์ สามารถใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพเบื้องต้นได้ทันที ทำให้มองเห็นแนวโน้มความผิดปกติได้เร็วขึ้น

“กรณีคนไข้ที่ไม่มีประวัติวัณโรคแต่มีอาการไอแห้งหรือไอเป็นเลือด เมื่อถ่ายเอกซเรย์แล้วให้ AI ช่วยประเมิน หากระบบตรวจพบความผิดปกติที่เข้าข่ายวัณโรค เราสามารถคัดกรองได้ตั้งแต่ต้น โดยให้คนไข้นั่งรอในพื้นที่แยกส่วนด้านนอก เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อภายในโรงพยาบาล ก่อนส่งต่อให้แพทย์วินิจฉัยลำดับถัดไป”

พรรณฌิมาร์ ยังสะท้อนแง่มุมในเชิงพื้นที่ว่าในอนาคต หาก AI มีการพัฒนาเพิ่มเติมจะช่วยสนับสนุนการทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการตรวจวินิจฉัยภาวะกระดูกหัก (Fracture) ซึ่งปัจจุบันระบบยังมีความจำกัดในการวิเคราะห์ส่วนนี้ ในอนาคต AI สามารถตรวจจับความผิดปกติของกระดูกได้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างเกาะเต่าที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์จะทำให้การคัดกรองและประเมินอาการผู้ป่วยรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

AI นอกจากยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ห่างไกลรพ.อย่างเกาะสมุยแล้ว ระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว