กระแสชาวบ้านหนุนนโยบายรัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดกาฬสินธุ์ขยายวงกว้าง ระบุเป็นผลดีหลายด้าน ทั้งใกล้ตัวและไกลตัว ทั้งทางตรงและทางอ้อม เกิดประโยชน์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยประหยัดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่สำคัญจะได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูก ลดภาระค่าครองชีพ ผู้ประกอบการสามารถคืนกำไรสู่ชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
วันที่ 22 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงหลังวิกฤติพลังงาน “น้ำมันพ่นพิษ ขาดแคลน ราคาสูงขึ้น” และการดำเนินชีวิตหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่ต้องเผชิญกับภัยแล้งและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ประชาชนต้องปรับตัวในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต เพื่อความอยู่รอดและความมั่นคงของครอบครัว ต้องเอาชนะอุปสรรคและปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงมองหาวิธีอยู่ให้ได้และรอดปลอดภัย โดยนำเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นอุทาหรณ์และถอดบทเรียน เช่น เรื่องการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการครองชีพและประกอบธุรกิจ เพื่อให้ทุกอย่างเดินต่อไปได้ ไม่เกิดอาการ “ช็อกฉับพลัน” เหมือนวิกฤติน้ำมันที่ผ่านมา
นายประดิษฐ์ บุญสอน อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 5 ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงชีวิตที่ผ่านมาเห็นความเปลี่ยนแปลงในสังคมหลายอย่าง บางอย่างเกิดจากภัยธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ ขณะที่บางอย่างเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งเป็นไปตามยุคสมัย และมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนโยบายการบริหารประเทศ ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจ สังคม และราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

นายประดิษฐ์กล่าวอีกว่า สมัยก่อนค่าครองชีพถูก ราคาน้ำมันลิตรละไม่กี่บาท ค่าน้ำค่าไฟไม่แพง แต่เมื่อเข้าสู่ยุคความทันสมัย ทุกอย่างปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงปัญหาพลังงานที่เริ่มขาดแคลนเป็นช่วง ๆ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นตามต้นทุน ทั้งค่าแรงงาน ปุ๋ยเคมี ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่ราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา ยังตกต่ำ เกษตรกรจำนวนมากขาดทุนและมีหนี้สินเพิ่มขึ้น
“ตนมีความสนใจเรื่องพลังงาน เคยทำงานที่เขื่อนน้ำพุง อ.ภูพาน จ.สกลนคร ทราบว่ารัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมพลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก เพื่อทดแทนพลังงานฟอสซิลที่มีต้นทุนสูงและเริ่มขาดแคลน โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ที่นำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เช่น ขยะ พลาสติก ฟางข้าว แกลบ ซังข้าวโพด มาผ่านกระบวนการแปรรูปในโรงงาน เพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า เรื่องนี้มีมานานและเคยเข้ารับการอบรมหลายครั้ง แต่ยังอยู่ในวงจำกัด ชาวบ้านทั่วไปยังเข้าไม่ถึง” นายประดิษฐ์กล่าว

นายประดิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลมีประโยชน์หลายด้าน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง และลดการเผาไหม้ที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 อีกทั้งยังช่วยจัดการขยะ ลดปัญหาขยะล้นเมือง และทำให้ได้ไฟฟ้าราคาถูก ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
“ในยุคนี้ราคาผลผลิตตกต่ำ ค่าครองชีพสูง หลายคนต้องประหยัดมากขึ้น ขณะที่อากาศร้อนทำให้ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ค่าไฟก็มีแนวโน้มสูงขึ้น หลายครัวเรือนเริ่มหันไปใช้โซลาร์เซลล์ แต่มีต้นทุนสูง ตนเองเคยจ่ายค่าไฟเดือนละ 1,200 บาท เดือนนี้เพิ่มเป็น 1,500 บาท นี่คือตัวอย่างภาระที่เพิ่มขึ้น จึงอยากสนับสนุนให้รัฐบาลผลักดันพลังงานทางเลือกและโรงไฟฟ้าชีวมวลอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูกและก้าวข้ามวิกฤติพลังงานไม่ให้เกิดซ้ำอีก” นายประดิษฐ์กล่าวในที่สุด



