สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่า รายงานของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อความช่วยเหลือด้านประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง “อินเตอร์เนชันแนล ไอเดีย” ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม ระบุว่า ระหว่างปี 2549-2568 การเลือกตั้งและการลงประชามติอย่างน้อย 26 ครั้ง ถูกเลื่อนกำหนดการทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

นอกจากนี้ การเลือกตั้งและการลงประชามติครั้งอื่น ๆ ก็ถูกขัดขวางโดยน้ำท่วม เฮอริเคน คลื่นความร้อน และดินถล่ม อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และสภาพอากาศสุดขั้วเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

รายงานที่มีชื่อว่า “การจัดการภัยธรรมชาติและความเสี่ยงด้านสภาพอากาศในการเลือกตั้ง” ระบุว่า ในปี 2567 เพียงปีเดียว สภาพอากาศสุดขั้วส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง 23 ครั้ง ใน 18 ประเทศ

“ตั้งแต่เฮอริเคนและอุทกภัย ไปจนถึงไฟป่าและคลื่นความร้อน เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งพลัดถิ่น และบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเลือกตั้งในนาทีสุดท้าย” อินเตอร์เนชันแนล ไอเดีย ระบุในแถลงการณ์

ด้านนางซาราห์ เบิร์ช ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า งานศึกษาชิ้นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดเวลาการเลือกตั้ง ซึ่งควรจัดขึ้นในช่วงเวลาที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติน้อยที่สุด และในบางกรณี หน่วยงานจัดการการเลือกตั้งจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาการเลือกตั้ง เพื่อลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชะงักงันจากภัยพิบัติระยะสั้น

นอกจากปัญหาในการจัดการเลือกตั้งแล้ว รายงานยังระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากความไม่มั่นคงและความบอบช้ำจากภัยธรรมชาติ สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นได้.

เครดิตภาพ : AFP