ถูกสนใจอยู่อย่างมากมายหลังจากที่ Prime Cast เปิดใจ “แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” จากเด็กหอบหนักสู่สายปาร์ตี้ตัวจริง! เล่าเรียลทุกมุม เคยอินเทรนด์ดูแลสุขภาพขั้นสุด ถึงขั้นกินวันละมื้อเพื่อหวังอายุยืนแต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม ผอมโทรม หงุดหงิด ผมร่วง ออกกำลังกายยังไงก็ไม่เห็นผล ยอมรับตรง ๆ ชีวิตจริงไม่ได้เพอร์เฟกต์
แพต ชญานิษฐ์ เผยว่า “เรื่องอาหารคลีน ก็กินตลอด เพราะว่าแพ้อาหารเยอะมาก ถ้าพกได้พก แต่ถ้าพกไม่ได้ก็กินอาหารกองได้ เพราะเราไม่ได้อยากให้กองมาวุ่นวายเพราะเรา ไม่อยากให้เขามาวุ่นวายเพราะอาหารของฉัน ฉันเอาไปเองได้ ทำเองตลอด เราเป็นคนแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ชีวิตฉันเป็นคนแก้ปัญหาด้วยปลายเหตุแทบจะทุกเรื่องเลย Longevity แบบนี้ แต่ปล่อยใจ สุขภาพจิตคุณดีไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวอะไรก็ดีเอง อันนี้คือเป็นคนแบบอย่างนี้เลย กินอาหารคลีนเพราะว่าพื้นเพไม่ได้เป็นคนชอบกินทอด ไม่กินทอด ไม่กินมัน ไม่กินเลี่ยน ไม่กินครีม แล้วพอแพ้ก็รู้สึกว่าไม่ได้เดือดร้อนที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ กินอาหารแบบนี้ แล้วก็ออกกำลังกาย ไม่ได้โฟกัสด้วยว่าจะต้องผอม จะต้องออกกำลังกายเพราะมันจำเป็นต้องออก แต่ออกเพราะว่าเราชอบใช้พลัง ชอบปั่นจักรยานอินดอร์ (Indoor Cycling) ชอบเข้าฮิตคลาส (HIIT Class) แล้วก็เพื่อนก็เริ่มบังคับให้แบบว่า เวท (Weight Training) นะ ซึ่งไม่ชอบเลย เป็นอะไรที่แบบมาทำอะไรที่นี่”
“แต่แพตมีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพนะ เข้าใจผิดเยอะมากเลย เช่น สมัยก่อนเข้าใจว่ามันมีทุกยุคเลยนะ ไล่ตั้งแต่ยุคมัธยมก่อน มัธยมรู้สึกการนอนเป็นเรื่องไร้สาระมาก เสียเวลา สักพักขึ้นมหาวิทยาลัยมาเริ่มชอบนอน แต่ว่ามี Mindset ว่าถ้าเลือกระหว่างปาร์ตี้กับนอน เลือกปาร์ตี้ตอนมหาวิทยาลัย แล้วก็พอเริ่มเข้าวงการ เริ่มรู้สึกว่าเวลาในการปาร์ตี้มันไม่มี เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องออกกองเช้ามากเลย ก็เริ่มใช้ชีวิตที่ Balance ที่สุด เริ่มมีอาชีพการงานเข้ามาในชีวิตบาลานซ์ที่สุด เริ่มช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่นานมานี้ แล้วก็ไปอินการกินข้าวมื้อเดียว เพราะว่าไปฟังมาว่าอายุจะยืน เหมือนแบบที่ไปฟังคนญี่ปุ่นพูดว่าอายุ 70 แล้วกินมื้อเดียวแล้วเขาสุขภาพทุกอย่างเขาดีมาก ไปตรวจสุขภาพก็เหมือนเดิม สิ่งที่ไม่ดีคือกล้ามเนื้อ ผอมมาก ไม่สวยเลย รู้สึกมองตัวเองแล้วรู้สึกว่า ทำไมทุกข์จัง ทำแล้วแบบกลายเป็นคนขี้โมโห เพราะหิว เหวี่ยงไปหมด อะไรก็ด่าไปหมดเลย ทั้งวันไม่กินอะไรเลย กินแต่กาแฟดำกับน้ำเปล่า กลายเป็นโรคประสาทแทน แล้วเทรนเนอร์ก็เริ่มท้อแล้ว ไม่เห็นผลเลย มันไม่เหลืออะไรเลย แล้วเราเป็นคนใช้กำลัง ชอบใช้พลัง เราชอบออกกำลังกายใช้แรงเยอะ ๆ เราทำทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เราลดอาหารไปกินมื้อเดียว ทุกอย่างผิดหมด ผมร่วง ออกกำลังกายไม่เห็นผล หุ่นไม่เลิศ ผอมไม่สวย แล้วก็เลยกลายเป็นว่าขี้หงุดหงิดด้วย เกือบปีหนึ่ง ที่หยุดเพราะ เบื่อ แค่นั้นเลย คือชีวิตไม่มีหลักการ ไม่มีสูตร มีแต่ความคิดเพ้อฝันว่าอยากทำ อยากลอง อยากเอาชนะ แล้วก็ลุยไปข้างหน้าโดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ไม่มีหลักการ ไม่มีรีเสิร์ช (Research)”

“ถ้าเกิดว่าให้เลือกไปปาร์ตี้ ไปนอน ไปออกกำลังกาย ไปเจอแฟน เลือกอะไร แพต เลือกทั้งหมด ใน 1 วัน จะทำให้หมดทุกอย่าง ต้องทำงานด้วย ทำทั้งหมด เคยทำมาแล้ว เราอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า เพราะว่าถ้าพูด เคยได้ยินคำนี้ไหม มันจะเป็นคำอาถรรพณ์ ถ้าพูดวันนี้ฉันจะเบา ๆ มันจะเป็นตรงข้าม ถ้าพูดวันนี้ฉันจะหนัก ๆ มันก็จะเป็นตรงข้ามเหมือนกัน ไม่พูดเลย ปล่อยให้เป็นตามเรื่องของมัน วันนี้ชิลชิล วันนี้แบบว่าจอย ๆ ไหลไป อย่าพูดเลย ไม่พูดดีกว่า average 2-4 ประมาณนี้ และจะมีเละกระจายแบบเลยป้ายสักวันหนึ่ง ใน 1 อาทิตย์ ดูสภาพก่อน ถ้ามันหนักมาก แบบหัวมันเอาไม่ขึ้นเลย อย่าออก เพราะว่าเหมือนมีคนพูดกับเราว่า มันตายได้เลยนะ เหมือนแฟนฉันพูดตลอด อย่าไปออกนะ มันตายได้เลยนะ เพราะว่าเวลาเรากินเหล้าเข้าไป เลือดกับน้ำมันจะแตกตัวออกจากกัน มันจะทำให้เราเวียนหัว เลือดกับน้ำในร่างกายเรามันแตกตัวออกจากกัน ให้เห็นภาพเฉย ๆ นะ มันจะทำให้เราเวียนหัว มันไม่บาลานซ์ แฟนไม่ดื่มเลย สำหรับเขาก็คือแก้วสองแก้ว แต่ฉันก็คือแพริ่ง (Pairing) เลย เราเป็นคนไหล ๆ เป็นคนชิลชิล เป็นคนดื่มแล้วไม่โมโหด้วยนะ บางคนดื่มแล้วไม่น่ารักนะ แต่ว่าเราเป็นคนดื่มแล้วเราเทิร์น เป็นคนมีความสุข เจอใครก็ยิ้ม มีความสุข ยืนไม่ค่อยตรงแล้ว มันไม่เครียด แล้วเราก็จะชิล”
“ชีวิตรักตอนนี้ 2 ปี คือเขามาจีบฉันเลย แบบว่าตั้งใจมาจีบเลย คือเหมือนว่าเป็นเพื่อนของพี่แอริน พี่แอรินเป็นเพื่อนกัน เขาก็ทักมาคุย แต่ว่าก็คุยนานอยู่ประมาณหนึ่ง Average ปกติ 4-6 เดือน เดทแรกยังไม่หัวทิ่ม แต่เดท 2 บาร์ฮอปปิ้ง (Bar Hopping) เลย เขาพยายามจะดื่ม เราบอกเขาแล้วว่าเราโอเคเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่ใช่ผู้หญิงคออ่อนนะ แจ้ง Information ให้เขาทราบตั้งแต่ต้นเลยว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงคออ่อน เรา Enjoy กับสิ่งนี้ เราไม่ได้ชอบเพราะเข้าสังคม เราชอบเพราะเราชอบจริง ๆ แจ้งให้ทราบ เรารู้สึกว่าการที่เขาเป็นตัวของตัวเอง 100% แล้วเราเป็นตัวเอง 100% ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ คืออันนี้พูดได้เลยว่า เรามีกำแพงเพราะเราไม่ได้สนิท แต่เราไม่ได้เก๊ก ไม่ต้องมีฟอร์มแล้ว ไม่ได้อยากให้เขาเห็นว่าเราเป็นใครแล้ว เราเป็นเราจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ ไม่กลัวที่จะทำอะไรแล้ว ไม่ได้กลัวว่าเขาจะมองว่าน่าเกลียด ไม่มีคำว่าคิดแทนแล้ว เพราะเราคุยกันชัดเจนมากว่านี่คือโลกของฉัน คือไลฟ์สไตล์ของฉัน คือเพื่อนของฉัน อีกอย่างฉันไม่ได้ไปกินเหล้าแล้วทำตัวมีเรื่องกับใคร หรือเรื่องผู้ชาย ไปเต้นล้วน ๆ กลุ่มเพื่อนเดิม ๆ ที่เขารู้จักทุกคน เป็นคนชอบกินเหล้าจริง แต่ก็เลือกคนที่จะไปด้วย ไม่ใช่ว่าชอบกินแล้วจะไปกับใครก็ได้ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วถ้าเรื่องผู้ชายจะมามอมนะ มาเลย จะสู้สุดหัวใจเลย เคยมีผู้ชายคนหนึ่งนานมากแล้วก่อนจะมีแฟนคนปัจจุบัน เขาโอเคเลยนะ น่ารักเลย ใช้คำว่าเราชอบเขาได้เลย เขาบอกว่า “เธอ น่ารักจังนะ แต่เธอดื่มแล้วน่ากลัว” ขอโทษนะ รู้จักกันวันนั้นวันแรกวันเดียว ฉันว่ามีสิทธิ เพราะไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะรับอะไรอย่างนี้ได้ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะชอบผู้หญิงที่มีคาแรกเตอร์แบบพูดตรงไปตรงมา ห้าว หรือไม่เรียบร้อย ผู้หญิงมีสเปก ผู้ชายก็มีสเปกเหมือนกัน อย่าไปคิดว่าตัวเองเลิศเลอที่สุด ใครทุกคนไม่ใช่คนที่ดีที่สุด อย่าไปคิดอะไรมาก”
แพต เล่าต่อว่า “เคยทะเลาะกันมากสุด ตั้งแต่คบกันมา 2 ปี ทะเลาะกันหนักสุดคือเรื่องเลือกร้านอาหารว่าจะกินไทยหรือจีน แทบจะไม่เคยทะเลาะกันเลยจนเคยพูดกับเขาว่า “อยากทะเลาะ ช่วยชวนทะเลาะหน่อยได้ไหม สักเรื่องหนึ่ง อะไรก็ได้” เขาก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในโลก Longevity ในฉบับของแพตคือเรื่องชาวบ้าน คือ I love เรื่องชาวบ้านมาก ฉันรักเรื่องการเมาท์มาก รู้เอาไว้ให้เป็น Entertainment สนุกจังเลย กลับบ้านก็ลืมแล้ว คนนั้นเธอรู้อยู่หรือยัง ถามว่าใช่เรื่องของตัวเองไหม บางทีไม่มีเรื่องของตัวเองเลย เรื่องชาวบ้านเท่ากับ Longevity สุขภาพจิตเราสำคัญที่สุด ทุกวันนี้ฉันให้เรื่องสุขภาพจิตเป็นอันดับ 1 สุขภาพจิตดี อะไรที่เราชอบ อะไรที่ทำให้เรามีความสุข เสพเข้ามาแล้วทำให้ใจเรา Rise up นั่นคือ Longevity ฉันเป็นคนสุดโต่งมาก ปาร์ตี้สุดโต่ง อยากทำอะไรก็ทำสุดโต่ง แล้วเวลาฉันอยากสงบ ก็สงบสุดโต่ง”




