เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นางศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามาร่วมประชุมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามาประชุมเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยการประชุมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศของเราได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะด้านพลังงานซึ่งต้องถือว่าเราได้รับผลกระทบในโครงสร้างของเศรษฐกิจของประเทศด้วย เราจึงจะต้องมีการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการบริหารงบประมาณที่ต้องมุ่งเน้นความจำเป็น ลดความซ้ำซ้อน และใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้คุ้มค่ามากที่สุด ในส่วนของงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ตนได้ขอให้มีการพิจารณาปรับบทบาทการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยหลีกเลี่ยงโครงการที่มีลักษณะซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันจังหวัดและกลุ่มจังหวัดสามารถชี้เป้าโครงการที่มีความจำเป็นในพื้นที่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงและกรมต่างๆ ผ่านแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องได้ โดยขอให้คำนึงถึงความเหมาะสม ความสอดคล้องกับสถานการณ์เป็นสำคัญ

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดทำงบประมาณซึ่งเราจะพิจารณาหลักเกณฑ์และการดำเนินงาน โดยขอเน้นย้ำว่าเราต้องยึดหลักการลดความซ้ำซ้อน ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก อะไรที่จำเป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างรายได้ เราต้องทำให้กับพี่น้องประชาชน และอะไรที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ขอให้ทบทวนด้วยความรอบคอบ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทางสังคม เพื่อให้การพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง สามารถรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้คณะกรรมการทุกท่าน ร่วมมือกันขับเคลื่อนกับหัวหน้าเชิงพื้นที่แบบบูรณาการหรือร่วมกันวางแผนงานการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด.



