นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ รมว.พลังงาน ระบุถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน และดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศในช่วงภาวะวิกฤตพลังงาน โดยให้ยกเลิกประกาศ กบง. ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 และกำหนดอัตราปรับลดราคา ณ โรงกลั่นใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 24 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 5 บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม – 19 พฤษภาคม 2569 ปรับลดอีก 3 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้การลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาท ดูจากตัวเลขในช่วงเดือนเมษายนที่ค่าการกลั่นสูงเฉลี่ยกว่า 14 บาท ซึ่งคณะกรรมการฯ อนุญาตให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ส่งตัวเลขต้นทุนนำที่สูงกว่าปกติ เช่น ค่าประกันหรือค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น มาให้ที่ประชุมพิจารณาลบส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินออกหาตัวเลขที่เหมาะสมว่าอยู่ที่เท่าไร ซึ่งพิจารณาทั้งดีเซลและเบนซิน ซึ่งข้อมูลในช่วงต้นเดือนเมษายน 2 สัปดาห์ มีส่วนเกินอยู่ 5,000 ล้านบาท

จึงนำตัวเลขดังกล่าวมาเป็นส่วนลดให้กับน้ำมันดีเซล ดังนั้นเมื่อรวมส่วนต่างที่ปรับลดลงทั้ง 2 ครั้ง ทำให้จะได้เงินส่วนต่างจากโรงกลั่นเกือบ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น และส่วนหนึ่งจะนำไปลดราคาขายปีกหน้าปั๊มซึ่งจะลดได้เท่าไหร่ต้องรอดูราคาสิงคโปร์ในช่วงเย็นวันนี้ก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้สิงคโปร์ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกือบ 3 บาท

แต่ไทยยังไม่มีการปรับราคาหน้าปั๊ม ยังคงตรึงราคาไว้ แต่การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 5 บาท ไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลง 5 บาท จากนี้การพิจารณาปรับขึ้นหรือลงราคาน้ำมันจะไม่ให้กระชากจนเกินไป แต่จะเป็นในลักษณะทยอยขึ้นหรือทยอยลง และจะไม่ปรับขึ้นปรับลงเหมือนตลาดนัด จะทำอะไรต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราว

นายเอกนัฏ ยังกล่าวว่า ส่วนหนึ่งจะนำไปลดภาระของกองทุนน้ำมันได้ เพราะขณะนี้กองทุนเป็นหนี้อยู่เกือบ 60,000 ล้านบาท หากไม่รีบใช้หนี้ ในอนาคตผู้ใช้น้ำมันก็จะใช้น้ำมันในราคาที่แพงขึ้นอย่างผิดปกติ หากเราสามารถทยอยใช้หนี้จนไม่ต้องกู้มาเพิ่มด้วยการใช้กระทรวงการคลังมาค้ำก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อฐานะของกองทุน ดังนั้นเราจึงบริหารเงินกู้ในกรอบที่มีอยู่

ซึ่งหากมีการกู้จริง ก็จะเป็นการกู้ในกรอบของกองทุนน้ำมันไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ไม่ต้องขยายกรอบจนถึง 150,000 ล้านบาท ซึ่งออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน ที่จะกระทบต่อสถานของประเทศ หรือพูดง่ายๆ ว่าเจรจาให้ผู้ค้าหยุดหนี้ของกองทุนออกไปและพยายามบริหารให้ไม่ต้องไปกู้เงินไปคืน จึงต้องพยายามทำให้กองทุนขาดทุนต่อวันให้เหลือประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้ ซึ่งสถานการณ์ในเวลานี้ยังอยู่ได้

“การลดราคาหน้าโรงกลั่นเปรียบเสมือนให้โรงกลั่นมาช่วยใช้หนี้ตรงนี้ สามารถคิดแบบนี้ได้ เพราะมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท การบริหารสถานการณ์ขณะนี้ต้องทำอย่างรอบคอบ เพื่อรับมือหากมีระเบิดลูกที่สอง แต่หากไม่มี ราคาหน้าปั๊มก็จะทยอยลดลง”