ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมเซ็นทารา อุบลราชธานี ได้มีการจัดงานแถลงข่าวครั้งที่ 1 เพื่อประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลก นำโดย นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากมูลนิธิ สอวน., สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมยืนยันความพร้อมในทุกมิติ

นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดมีความพร้อม 100% ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง รวมถึงมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดทั้งในบริเวณที่พัก สนามสอบแข่งขัน และสถานที่ทัศนศึกษา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 ท่านจากทั่วโลกได้รับความประทับใจและความสะดวกสบายสูงสุดตลอดระยะเวลาการจัดงาน โดยการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ 72 พรรษา ในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 อีกด้วย

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร. พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการมูลนิธิ สอวน. ระบุว่า เวที IOAA-jr ไม่ใช่เพียงการแข่งขันวิชาการ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ซึ่งการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพสะท้อนถึงมาตรฐานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ จะช่วยยกระดับวงการวิทยาศาสตร์ไทยให้ก้าวไปอีกขั้น

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ NARIT กล่าวถึงความพร้อมด้านเทคนิคว่า ได้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุด รวมถึงกล้องโทรทรรศน์คุณภาพสูงและคัดเลือกพื้นที่ที่มีทัศนวิสัยท้องฟ้าเหมาะสม เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้แสดงทักษะการอ่านท้องฟ้าจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมีทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแลการสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ ศาสตราจารย์ ดร. ศิริพร จึงสุทธิวงษ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เสริมว่าทางมหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางทางวิชาการของภูมิภาค โดยได้จัดเตรียมกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ Soft Power ของไทย อาทิ การพาเยาวชนไปสัมผัสอารยธรรมโบราณที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เรียนรู้การทำเทียนพรรษาจากปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงการให้เยาวชนได้แต่งกายด้วยชุดไทยและเรียนรู้การทำอาหารไทยด้วยตนเอง

การจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานีให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพไร้พรมแดนผ่าน “แสงใหม่” หรือแสงแห่งดวงดาวที่จะส่องสว่างเหนือแผ่นดินอีสานในพฤศจิกายนนี้