จากกรณี “ร.ต.อ.” นายหนึ่ง สังกัดตำรวจภูธรภาค 8 ก่อเหตุบุกเข้าถามหา นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และเป็นคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่พบตัว จึงได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงป้ายที่ทำการศูนย์ประสานงาน ซึ่งมีภาพของนายพิชัย ถ่ายคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี กลางเมืองสุราษฎร์ธานี ก่อนควบคุมตัวไว้ได้ในข้อหา พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้นำ ร.ต.อ.เอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี รอง สว.ฝอ.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จากห้องควบคุมมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม

จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือด้วยดี โดยภายหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย ไปเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน และจะนำตัว ร.ต.อ.เอกชัย ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันพรุ่งนี้ ในข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและทำให้เสียทรัพย์

ด้าน พ.ต.อ.ณัฐชนน เกิดก่อ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี รรท.ผกก.สภ.เสวียด กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เรียกญาติที่ผู้ต้องหาอ้างว่าถูก นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 ข่มขู่จนเป็นเหตุให้ ร.ต.อ.เอกชัย ไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่สำนักงาน ซึ่งจากการสอบสวนญาติคนดังกล่าวอ้างว่าเหตุการณ์ไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เอกชัย ได้มีความพยายามที่จะสอบถามว่าตนมีความขัดแย้งกับใครในที่ทำงาน ซึ่งจับใจความได้ว่า ร.ต.อ.เอกชัย คิดว่าหัวหน้าของตน ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นและความใกล้ชิดกับ สส.พิชัย เป็นผู้กลั่นแกล้ง ซึ่งตนได้พยายามปฏิเสธและชี้แจงว่าไม่มีเหตุการณ์นั้นจริง กระทั่งมาพบว่า ร.ต.อ.เอกชัย ไปก่อเหตุขึ้น

“สอดคล้องกับการสอบสวนปากคำมารดาและพี่สาวของ ร.ต.อ.เอกชัย ระบุว่า ผู้ต้องหามีความเครียดและใช้ชีวิตอย่างจริงจัง มักจะคิดไปเองว่าถูกผู้อื่นเอาเปรียบหรือกลั่นแกล้ง และมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ในบางขณะ ที่ผ่านมาเคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลไชยา” พ.ต.อ.ณัฐชนน กล่าว

ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำตัว ร.ต.อ.เอกชัย ผู้ต้องหาไปเข้ารับการตรวจ และประเมินสุขภาพจิตจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขณะเดียวกัน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนอาวุธปืน ให้เพิกถอนใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนของ ร.ต.อ.เอกชัย ทันที เนื่องจากอยู่ในสภาวะไม่สมควรครอบครองอาวุธปืนได้

ขณะที่ พล.ต.ต.ภัทรวิทย์ คีตโมทนียกุล ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง และให้ร.ต.อ.เอกชัย ออกจากราชการก่อนเนื่องจากต้องโทษคดีอาญา.