นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้ทำการเผยโฉม ALL NEW SUZUKI e VITARA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%  ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวเพื่อตอบรับกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มองหาความหลากหลายในยนตรกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ALL NEW SUZUKI e VITARA ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการผสานระหว่างสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานตามแบบฉบับของซูซูกิ เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยขนาดความจุแบตเตอรี่ 61 kWh รองรับการชาร์จไฟกระแส สลับ (AC) สูงสุดที่ 7 kW (หัวชาร์จ Type 2) และรองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 70 kW โดยมีระยะเวลาการชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 45 นาที ทั้งยังมีฟังก์ชันพิเศษ Immediate charging switch หรือ ปุ่มกดชาร์จทันที พร้อมด้วยไฟส่องสว่างพอร์ตชาร์จ ช่วยให้การเสียบหัวชาร์จทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนหรือในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย

ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะถนนในทุกสภาพผิว เสริมด้วยระบบ ALLGRIP-e ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยจัดการการกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยสูงสุด

ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดสไตล์ สปอร์ตเอสยูวี ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวและเร้าใจในการขับขี่ ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและรูปทรงที่ดุดัน ทำให้เกิดความลงตัวระหว่างความสปอร์ตและความอเนกประสงค์ของรถเอสยูวี มาพร้อมหลังคากระจก Glass Roof พร้อมม่านบังแดด  ระบบไฟหน้า LED แบบอัตโนมัติ DRL พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHS), ไฟท้าย LED และ ไฟตัดหมอก LED ในส่วนของมิติตัวถัง ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและสภาพถนนในประเทศไทย โดยยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้สอยอัน

 การออกแบบภายในห้อง พิถีพิถันให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับรูปแบบภายนอกผสานความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าและสมรรถนะการขับขี่ในแบบฉบับของรถ SUV ได้อย่างลงตัว มาพร้อมคอนโซลกลางดีไซน์ลอยตัวที่ผสานการทำงานกับระบบควบคุมโหมดขับขี่ (Shift-by-wire) ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน รองรับโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ได้แก่ AUTO, TRAIL, PEDAL Mode และ Hill Descent Control สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบเบรกมือไฟฟ้าที่ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนคอนโซล ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติที่ช่วยให้รถหยุดนิ่งอยู่กับที่แม้ผู้ขับขี่จะยกเท้าออกจากแป้นเบรก

มีสีให้เลือกจำนวน 5 สี คือ สี Celestial Blue Pearl Metallic และ สี Grandeur Grey Pearl Metallic ราคา 2,890,000 บาท สี Arctic White Pearl ราคา 2,895,000 บาท สำหรับเฉดสีทูโทน Land Breeze Green Pearl Metallic/Bluish Black Pearl ราคา 2,900,000 บาท และ สี Arctic White Pearl/Bluish Black Pearl จำหน่ายในราคา 2,905,000 บาท