สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เผยแพร่รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกกำลังสูญเสียไปประมาณ 0.5-0.8% ซึ่งสำหรับประเทศเปราะบางที่สุดในโลกนั้น หมายถึงการที่ประชาชน 32 ล้านคน จะถูกผลักเข้าสู่ความยากจน
ทั้งนี้ เงินโอนระหว่างประเทศสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปกติมีมูลค่าถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 3.24 ล้านล้านบาท) และส่งตรงจากครอบครัวสู่ครอบครัว กำลังหายไปในทุกวัน แม้สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ ผลกระทบเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว และจะส่งผลให้ผู้คนมากกว่า 30 ล้านคนต้องเผชิญกับความยากจน
Disruptions to fuel and fertiliser caused by the US-Israel war on Iran could see more than 30 million people pushed back into poverty in the coming months, UN development chief Alexander De Croo has said.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) April 23, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/3xN3L9qyzy pic.twitter.com/ZQf0A1yYjX
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากการพุ่งสูงขึ้นของราคาพลังงานและความไม่มั่นคงทางอาหารที่เพิ่มขึ้น นอกจากน้ำมันแล้ว ปุ๋ยจำนวนมหาศาลยังมักจะขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้มาตรการปิดล้อม
ยูเอ็นดีพีคาดการณ์ว่า ภาวะขาดแคลนอาหารจะถึงจุดวิกฤติที่สุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยระบุว่า “ขณะนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูก หากเกษตรกรทำนาตอนนี้แต่ไม่มีปุ๋ยใช้ ผลผลิตจะลดลงมากในช่วงเดือน ก.ย., ต.ค. และ พ.ย. และความไม่มั่นคงทางอาหารจะอยู่ในระดับสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”.
เครดิตภาพ : AFP



