ที่วิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทองสานน้ำโขง ต.บ้านโคก อ.สร้างคอม จ. อุดรธานี นายกมล โสพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) โดยมีนายชัยณรงค์ สุระดะนัย นายอำเภอสร้างคอม นายประดิษฐ์ ลีจำนงค์ เกษตรอำเภอสร้างคอม พ.ต.อ.กานต์ ตั้งวิจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสร้างคอม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรจาก จ.อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และหนองบัวลำภู เข้าร่วมงาน จำนวน 300 คน
นายสมพร นามพิลา เกษตร จ.อุดรธานี กล่าวว่า การจัดงาน Field Day ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่ในการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ กล้วยหอมทอง และถั่วลิสง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรจาก 4 จังหวัดภาคอีสานตอนบน กิจกรรมหลักภายในงานประกอบด้วยการเรียนรู้ผ่านสถานีถ่ายทอดเทคโนโลยีจำนวน 6 สถานี
ได้แก่ 1.การผลิตต้นพันธุ์กล้วยหอมทอง เรียนรู้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อต้นพันธุ์ที่แข็งแรง 2.มาตรฐานกล้วยหอมทองส่งออก การใช้เทคโนโลยี Smart Agri-Technology เพื่อยกระดับผลผลิตสู่สากล 3. เทคโนโลยีถั่วลิสง การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี 4. การแปรรูปเพิ่มมูลค่า ยกระดับถั่วลิสงสู่สินค้าเกษตรอัตลักษณ์เพื่อสร้างรายได้เสริม 5.การจัดการดินและปุ๋ย การตรวจสอบดินด้วยชุด LDD Test Kit และการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และ 6.เกษตร Low Carbon การผลิตและใช้ถ่านชีวภาพ (Biochar) เพื่อการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กล้วยหอมทอง เป็นกล้วยที่มีศักยภาพในการส่งออกมากที่สุดเมื่อเทียบกับกล้วยส่งออกอื่น ๆ ด้วยคุณลักษณะที่มีรสชาติดี มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน เปลือกบาง ไม่เหนียว สีผิวของกล้วยเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แต่ละลูกเรียงกันอยู่ในหวีอย่างสวยงาม ทำให้กล้วยหอมทองได้รับความนิยมเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ และมีแนวโน้มความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองทั้งหมด 80,716.38 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว จำนวน 47,842.61 ไร่ เกษตรกร จำนวน 17,207 ครัวเรือน มีผลผลิตทั้งสิ้น 154,011.06 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 3,219.12 กิโลกรัม/ไร่ ต้นทุน
การผลิต 5,687 บาท/ตัน ประเทศคู่ค้าที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น จีน ลาว โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูง โดยมีข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA; Japan Thailand Economic Partnership Agreement)
โดยญี่ปุ่นให้โควตากล้วยหอมทองจากประเทศไทยปีละ 8,000 ตัน แต่ประเทศไทย สามารถส่งออกได้เพียงปีละ 4,000 ตันเท่านั้น เนื่องจากกล้วยหอมทองที่ผลิตได้มีปัญหาในด้านการส่งออก เพราะคุณภาพผลผลิตไม่ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ปัญหาที่พบคือ พื้นที่ที่ปลูกกล้วยให้ผลผลิตต่อพื้นที่ต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกกล้วยหอมทองเป็นพืชแซม เมื่อพืชหลักเติบโตอย่างเต็มที่จึงต้องเลิกปลูกกล้วยหอมทอง จึงทำให้ปริมาณการผลิตยังไม่คงที่ส่งผลต่อคุณภาพ และปริมาณของผลผลิตไม่ตรงกับความต้องการของตลาด จึงทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกล้วยเพื่อการส่งออกมากขึ้น และเพื่อให้การผลิตกล้วยหอมทองเพียงพอต่อผู้บริโภคในประเทศและมีคุณภาพตามเกณฑ์การส่งออกได้ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองทั้งหมด 25,125.45 ไร่ เกษตรกร จำนวน 5,784 ครัวเรือน มีผลผลิตทั้งสิ้น 15,005.06 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 2,463 กิโลกรัม/ไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 25,000 – 35,000 บาท/ไร่ จังหวัดที่มีพื้นที่การผลิตกล้วยหอมเชิงการค้า ได้แก่ จ.อุดรธานี บึงกาฬ ชัยภูมิ และนครราชสีมา จ.อุดรธานี มีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกกล้วยหอมทอง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทรายที่มี การระบายน้ำดี รวมถึงมีแหล่งน้ำที่สามารถสนับสนุนการเพาะปลูกได้ตลอดปี ปัจจุบันพบว่าเกษตรกรในพื้นที่เริ่มหันมาให้ความสนใจในการปลูกกล้วยหอมทองเพิ่มขึ้น แต่ยังประสบปัญหาในหลายด้าน อาทิ การปลูกโดยขาดการวางแผน การคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่การจัดการแปลงปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช ขาดแคลนเงินทุนในการจัดการและพัฒนาระบบน้ำในแปลง ขาดองค์ความรู้ในการจัดการดิน ปุ๋ย น้ำ อย่างมีประสิทธิภาพและขาดการจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชที่เหมาะสม
นอกจากนี้ยังพบว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของกล้วยหอมทอง ปัจจัยการผลิตหลายชนิดมีราคาสูงทำให้ต้นทุนการผลิตกล้วยหอมทองโดยรวมสูงขึ้น เกษตรกรขาดความรู้ในการเข้าสู่มาตรฐาน GAP การควบคุมคุณภาพผลผลิตให้สม่ำเสมอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตของกล้วยหอมทองที่มีคุณภาพไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และกล้วยหอมทองบางส่วนยังมีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถแข่งขันในตลาดที่มีมาตรฐานสูงได้ อีกทั้งการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ผลิตยังไม่เข้มแข็งพอและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตขาดช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ซึ่งการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) จะเป็นเวทีในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตกล้วยหอมทองที่ทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน รวมถึงการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในการผลิตจริงเพื่อแก้ไขปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยหอมทอง พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต



