ใครจะเชื่อว่า ปัญหาการหลงทางของกลุ่มผู้สูงอายุท่ามกลางผู้คนนับล้านในซาอุดีอาระเบีย หรือความยุ่งยากในการสั่งเครื่องดื่มในร้านคาเฟ่ จะถูกคลี่คลายด้วยมันสมองของนักศึกษาจาก “วิทยาลัยชุมชนสตูล” (วชช.สตูล) ที่วันนี้ไม่ได้มองแค่การเรียนในห้อง แต่กำลังสร้าง “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก”

ปุ่มกดกู้ชีพผู้แสวงบุญ ผลงานกตัญญูจากห้องเรียนสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ นี่คือไฮไลท์ที่โลกต้องจับตา เมื่อ นายคาเมล ยาหลี และเพื่อนทีมสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลธุรกิจ หยิบเอาความกังวลใจของครอบครัวที่ส่งญาติไปประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์มาเป็นตัวตั้ง

ปัญหาจริงที่เผชิญ ท่ามกลางทะเลผู้คน  และเต็นท์สีขาวที่ดูเหมือนกันไปหมดในทุ่งมีนา การหลงทางเพียงนิดเดียวสำหรับผู้สูงอายุคือเรื่องใหญ่ “สมาร์ทโฟน” ที่เราว่าใช้ง่าย กลับกลายเป็นอุปสรรคสำหรับคนวัยนี้ที่กดพิกัดไม่เป็น

ทางออกแห่งอนาคตนักศึกษา วชช. จึงพัฒนาอุปกรณ์ “ปุ่ม SOS พกพา” ที่ใช้เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) อย่างชาญฉลาด ออกแบบให้มีเพียง “ปุ่มเดียว” เพื่อให้ผู้สูงใช้งานง่ายที่สุด เมื่อกดปุ่ม ระบบจะส่งพิกัดที่แม่นยำผ่านบอร์ด ESP32 และ GPS เข้าสู่ Line ของผู้ดูแลทันที

อนาคตเตรียมย่อขนาดให้เล็กเท่านาฬิกาหรือสายรัดข้อมือ และเชื่อมต่อระบบกับโรงพยาบาลหรือกู้ภัย นี่คือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์มนุษยธรรมและสังคมผู้สูงอายุในระดับสากล

นายคาเมล ยาหลี (ตัวแทนนักศึกษาโครงงานปุ่ม SOS)  “เทคโนโลยีที่ใช้ใจนำทาง เพื่อผู้สูงอายุแดนศักดิ์สิทธิ์” บอกถึงความเป็นมาว่า  เห็นปัญหาจากประสบการณ์จริงที่คุณพ่อเป็นผู้ประกอบการฮัจญ์ พบว่าผู้แสวงบุญมักหลงทางในพื้นที่แออัดที่มีเต็นท์สีขาวเหมือนกันหมด และสมาร์ทโฟนทั่วไปใช้งานยากสำหรับผู้สูงอายุ จุดเด่นพัฒนาอุปกรณ์ที่ “กดเพียงปุ่มเดียว” ระบบจะส่งพิกัดแบบเรียลไทม์เข้า Line ผู้ดูแลทันที สะดวกกว่าการส่งโลเคชั่นในมือถือแบบปกติ  อนาคตเตรียมย่อขนาดอุปกรณ์ให้เล็กลงเหมือนนาฬิกา และพัฒนาการรับสัญญาณ GPS ให้รวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้นแม้ในจุดที่สัญญาณเข้าถึงยาก

อีกหนึ่งผลงานที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ร้านเครื่องดื่มในสตูลให้ดู “ล้ำ” กว่าใคร ผลงานของ นางสาวอัยลดา ปีไสย และทีมงาน ที่นำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า เพียงใช้สมาร์ทโฟนส่องไปที่เมนู ภาพแก้วน้ำ 3 มิติที่สมจริงจะปรากฏขึ้นมา ลูกค้าเห็นท็อปปิ้ง เห็นส่วนผสม ไม่ต้องคาดเดาจากตัวหนังสือ ช่วยลดภาระพนักงานในการตอบคำถาม และเพิ่มโอกาสการตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

ทีมพัฒนามองไกลไปถึงการใช้ AR ในการนำเที่ยวสถานที่จริงในสตูลก่อนเดินทางไปถึง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

ด้านนางสาวอัยลดา ปีไสย (ตัวแทนนักศึกษาโครงงานเมนู AR) “เปลี่ยนภาพนิ่งให้มีชีวิต ยกระดับการตัดสินใจซื้อด้วยโลกเสมือน” บอกว่า. แนวคิดนำเทคโนโลยี AR มาใช้ให้ลูกค้าเห็นหน้าตาเครื่องดื่มจริงๆ แบบ 3 มิติผ่านสมาร์ทโฟน แทนการอ่านแค่ชื่อเมนูที่เป็นตัวอักษร  ประโยชน์ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น และช่วยผู้ประกอบการลดเวลาในการตอบคำถามซ้ำๆ เกี่ยวกับหน้าตาอาหาร การต่อยอดอนาคตจะเพิ่มรายละเอียดส่วนผสมและราคาให้ครบถ้วน และมองไปถึงการใช้ AR กับสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อให้คนเห็นภาพจำลองก่อนไปจริง

ขณะอาจารย์ปีมนัส มนัสวิน (อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา)  “ปั้นเด็กดิจิทัลธุรกิจ ด้วยโจทย์จริงจากบริบทชุมชน”  บอกว่าหลักสูตรปรับปรุงจากคอมพิวเตอร์ธุรกิจเดิม สู่สาขาเทคโนโลยีดิจิทัลธุรกิจ เพื่อให้ทันต่อโลกปัจจุบันที่สมาร์ทโฟนคือหัวใจสำคัญ กลยุทธ์ เน้นให้นักศึกษานำองค์ความรู้มาแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดสตูล (Local Context) ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว ธุรกิจ และวิถีชีวิต  เป้าหมาย ผลงานเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อส่งงานครู แต่สามารถนำไป “จดสิทธิบัตร” ใช้เรียนต่อระดับสูง หรือเปิดรับ “นายทุน” ที่สนใจนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริง

อาจารย์ปีมนัส ย้ำชัดว่า “เราไม่ได้สอนให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์เป็นอย่างเดียว แต่เราสอนให้เขาใช้ดิจิทัลสร้างธุรกิจและแก้ปัญหาพื้นที่” การที่นักศึกษาดึงเอาบริบทของจังหวัดสตูล ทั้งเรื่องความเชื่อ ศาสนา และการท่องเที่ยว มาประยุกต์กับเทคโนโลยี AI และ IoT คือเครื่องยืนยันว่า วชช.สตูล คือพื้นที่สร้างนักนวัตกรรมที่ตลาดต้องการตัว